นขายยา มุ่งหน้าไปยังเรือนที่พักของพวกเขา
ในเรือนที่พัก เหลิ่งซวงคอยดูแลซั่งกวนหวั่นหรงไม่ห่าง ส่วนเหลิ่งหวานอกจากดูแลเรื่องรวในบ้าน บางครั้งก็ยังสลับกับตู้ฝานไปดูร้านขายยา เพราะนายท่านของพวกเขาก็จากไปได้ช่วงหนึ่งแล้ว ไม่มีนางอยู่ พวกเขามักรู้สึกเงียบเหงาและว้าเหว่
“ฮูหยิน อากาศหนาวแล้ว ท่านห่มเสื้อกันลมหน่อยเถิดเจ้าค่ะ!” เหลิ่งซวงเป็นห่วงว่านางจะหนาว จึงหยิบเสื้อคลุมกันลมมาห่มให้ซั่งกวนหวั่นหรง
ซั่งกวนหวั่นหรงกระชับเสื้อคลุม แล้วยิ้มให้เหลิ่งซวงอย่างอ่อนโยน “เหลิ่งซวง นั่งเถิด คุยเป็นเพื่อนข้าหน่อย”
ได้ยินอย่างนั้น เหลิ่งซวงรับคำ แล้วนั่งลงข้างๆ เพียงแต่นางพูดไม่ค่อยเก่ง จึงไม่รู้จะพูดคุยกับซั่งกวนหวั่นหรงอย่างไร ด้วยเหตุนี้ จึงถามว่า “ฮูหยิน ท่านอยากคุยเรื่องอะไรเจ้าคะ?”
“คุยเรื่องเสี่ยวจิ่วก็แล้วกัน! เจ้าบอกข้าหน่อย พวกเจ้าพี่น้องพบนางได้อย่างไร?” นางยิ้มถาม มองเหลิ่งซวงที่นั่งอยู่ข้างกาย ในใจลอบคาดหวัง
ไม่ได้คอยเฝ้าดูลูกสาวนางเติบโต เป็นเรื่องที่นางเสียใจที่สุด นางทำได้เพียงรับรู้เรื่องราวที่เฟิ่งจิ่วเคยพบเจอ และเคยทำในตลอดหลายปีที่ผ่านมาจากปากของคนรอบกายเธอ และจากปากตัวเธอเองเท่านั้น
เหลิ่งซวงครุ่นคิดอย่างละเอียด ว่าตอนนั้นพวกนางพี่น้องมาติดตามนายท่านได้อย่างไร ทว่า เรื่องหนึ่งเกี่ยวโยงกับอีกเรื่องหนึ่ง เมื่อเล่าเรื่องหนึ่งจบ นางก็พบว่าฮูหยินจะถามต่อว่า “จากนั้นเล่า?”
ด้วยเหตุน