โถงด้วย
“ขอบพระคุณแม่บุญธรรม” กวนสีหลิ่นยิ้มรับคำ แล้วจึงมองคนที่นั่งอยู่ตำแหน่งเจ้าบ้าน ครั้นเห็นใบหน้าอ่อนเยาว์ของนาง ก็อดยิ้มไม่ได้ “แม่บุญธรรม เสี่ยวจิ่วตามหาท่านนานขนาดนี้ ในที่สุดก็หาเจอเสียที หากพ่อบุญธรรมรู้ จะต้องดีใจมากแน่ๆ”
“ใช่ เด็กคนนั้นก็เหนื่อยมามาก หลายปีมานี้ข้าไม่ได้อยู่ข้างกายนางเลย แล้วยังทำให้นางต้องลำบากขนาดนี้อีก” นางพูดอย่างทอดถอนใจ มองกวนสีหลิ่นแล้วบอกว่า “แต่โชคดีที่นางมีพี่ชายเช่นเจ้าคอยดูแล นางเคยบอกข้าว่าเจ้าดีกับนางมาก และคอยดูแลนางเสมอ ต้องขอบคุณเจ้ามากจริงๆ”
“เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องที่ข้าควรทำอยู่แล้ว อีกอย่างจะว่าไปแล้วนางช่วยข้าไว้มากกว่าอีก” กวนสีหลิ่นละอายใจเล็กน้อย เพราะถึงอย่างไรเขาก็ยังไม่เคยช่วยอะไรน้องสาวเขาเลย ตรงกันข้าม นางกลับช่วยเหลือเขามามากมาย
ได้ยินอย่างนั้น ซั่งกวนหวั่นหรงกล่าวว่า “ครอบครอบเดียวกันอย่าพูดจาห่างเหินกันเช่นนั้น พี่น้องก็ต้องช่วยกันส่งเสริมและดูแลกัน พวกเจ้าสองพี่น้องแม้เป็นเพียงพี่น้องร่วมสาบาน แต่กลับรักกันยิ่งกว่าพี่น้องแท้ๆ พอรู้ว่าเสี่ยวจิ่วมีพี่ชายเช่นเจ้าอยู่ ข้าก็ดีใจยิ่งนัก
เจ้าก็เดินทางมาเหนื่อยๆ ข้าจะให้เหลิ่งหวาเก็บกวาดห้องให้เจ้า อีกเดี๋ยวกินอะไรรองท้องหน่อย แล้วค่อยไปพักผ่อน”
“ขอบพระคุณแม่บุญธรรมมากขอรับ” เขาพยักหน้ายิ้มๆ บอกว่า “ก่อนมาที่นี่ข้าเจอเสี่ยวจิ่วแล้ว นางให้ข้ามาบอกท่านว่าไม่ต้องเป็นห่วงนาง นางมี