้วเช็ดน้ำตา
เหลิ่งหวาก้าวเข้ามา แล้วบอกว่า “ใช่แล้วขอรับฮูหยิน พี่ชายบุญธรรมของนายท่านมาแล้ว เขาชื่อกวนสีหลิ่น นายท่านน่าจะเคยบอกฮูหยินแล้วกระมัง!”
“เป็นเขาหรือ? เขามาแล้วหรือ?” ซั่งกวนหวั่นหรงอึ้งงัน จากนั้นก็ลุกขึ้น “เสี่ยวจิ่วเคยเล่าเรื่องพี่ชายคนนี้ของนางให้ข้าฟัง เขาอยู่ที่ใด?”
“อยู่ที่ห้องโถงข้างหน้า วันนี้เขาเดินทางมาถึงเมืองของเรา บอกว่าไปพบนายท่านมาแล้ว รู้ว่าฮูหยินอยู่ที่นี่จึงมาคารวะท่านขอรับ” เหลิ่งหวารายงาน แล้วพูดเสริมอีกว่า “เขายังเอาข่าวของนายท่านมาบอกด้วยขอรับ”
ได้ยินอย่างนั้น ซั่งกวนหวั่นหรงรีบบอก “เช่นนั้นก็รีบพาข้าไปพบเขาเถิด” ด้วยเหตุนี้ นางให้เหลิ่งหวากับเหลิ่งซวงไปที่ห้องโถงด้านหน้าด้วยกัน
ในห้องโถง กวนสีหลิ่นนั่งรอและจิบชาไปพลาง ไม่นาน ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากข้างนอก จึงหันมองไป เห็นผู้มาก็รีบวางถ้วยชาในมือลง แล้วลุกขึ้น
“สีหลิ่นคารวะแม่บุญธรรม” เขาเดินเข้าไปหา ครั้นซั่งกวนหวั่นหรงเดินเข้ามาในห้องโถงก็คุกเข่าข้างเดียวเพื่อคำนับนาง
ได้ยินเขาเรียกว่าแม่บุญธรรม ซั่งกวนหวั่นหรงรีบประคองเขาลุกขึ้น “รีบลุกขึ้นเร็วเข้า” นางประคองเขาขึ้นมา แล้วมองพินิจเขา มองดูชายร่างกายกำยำแข็งแรงตรงหน้า ซั่งกวนหวั่นหรงพยักหน้า
“ข้าได้ยินเสี่ยวจิ่วพูดถึงพี่ชายคนนี้มาตลอด ในที่สุดวันนี้ก็ได้พบแล้ว มา นั่งลงคุยกันเถิด” นางพยักพเยิดให้เขานั่งลง ขณะเดียวกันนางก็เดินไปนั่งที่กลางห้อง