วรรค์ลิขิต ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติก็ดีเอง”
ได้ยินอย่างนั้น โม่เฉินได้แต่นั่งเงียบ ติดตามท่านอาจารย์มาหลายปี เขาย่อมเข้าใจหลักธรรมข้อนี้ ดูท่า เขาคงช่วยอะไรพวกเขาไม่ได้แล้ว ทั้งหมด คงต้องปล่อยให้ขึ้นอยู่กับการรังสรรค์ของพวกเขา…
หลังบ่าย เฟิ่งจิ่วที่พักผ่อนแล้วเตรียมตัวหลอมยาขึ้นมาก่อน จึงหยิบเตาหลอมออกมาจากห้วงมิติ นอกจากตัวยาหลักสองตัว ยังมียาทิพย์ที่เป็นตัวช่วยอีกหลายตัวด้วย
ช่วงนี้ระหกระเหินอยู่ข้างนอกตลอด ไม่มีเวลาหลอมยา อุตส่าห์ได้ขึ้นมาบนภูผาสวรรค์ที่บรรยากาศเงียบสงบ ไม่มีคนรบกวนทั้งที เธอจึงคิดอยากจะหลอมยาแก้พิษของท่านแม่นาง จากนั้นก็หลอมยาทะลวงขั้นและยารักษาโรคอีกหน่อย
ยาช่วยทะลวงขั้นต้องใช้ยาทิพย์ค่อนข้างเยอะ อีกทั้งยาทิพย์แต่ละชนิดก็ล้ำค่าและมีอายุหลายปีด้วย หากต้องการหลอมเป็นจำนวนมากนั้นเป็นไปไม่ได้เลย แต่ยาชนิดอื่นกลับหลอมได้มากหน่อย เพราะในห้วงมิติของเธอก็มียาทิพย์อยู่ไม่น้อย
รู้ว่าเธอจะหลอมยา เซวียนหยวนโม่เจ๋อจึงไม่รบกวน พาอิ่งอีออกไปเดินเล่นรอบๆ ตั้งใจจะไปหาตาเฒ่าคนนั้นเพื่อดื่มชาด้วย เหลือฮุยหลางไว้เป็นลูกมือให้เฟิ่งจิ่ว
ทว่า พอเขาก้าวเท้าตั้งใจจะออกไปหาตาเฒ่า กลับเห็นโม่เฉินที่สวมชุดสีขาวพลิ้วไหวสง่างามเดินเข้ามาก่อน พอเห็นเขา อารมณ์ดีๆ ก็พลันถูกทำลายทันที
เจ้าหน้าอ่อนคนนี้มาทำอะไรที่นี่?
หลังประโยคหนึ่งผุดขึ้นมาในสมอง เขาเอามือไพล่หลังแล้วเดินเข้าไป ถามว่า “ท่านม