หาผู้เฒ่าเทียนจีที่เรือนของเขา ถามว่า “ท่านอาจารย์ พวกเขายังต้องเผชิญกับเคราะห์กรรมอะไรอีกหรือขอรับ? ไม่มีหนทางช่วยบรรเทาได้เลยหรือ?”
ผู้เฒ่าเทียนจีต้มชา พลางพยักพเยิดให้เขานั่งลง “เฟิ่งซิงเป็นคนที่มาจากโลกอื่นอยู่แล้ว ญาติและครอบครัวของนางถูกเปลี่ยนแปลงเพราะการมาถึงของนาง นี่ก็ถือว่าฝืนลิขิตสวรรค์แล้ว การปรากฏตัวของนางเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตของคนมากมาย มีเหตุย่อมต้องมีผลตามมา นางย่อมต้องรับผลจากการทำลายวิถีสวรค์ และครอบครัวของนาง ก็จะต้องเจอกับเคราะห์ด้วยเช่นกัน”
“นางจะต้องพบกับความตายและพลัดพราก บ้านแตกสาแหรกขาด นางจะสูญสิ้นทุกอย่าง เริ่มต้นใหม่หมด แม้เป็นนายแห่งตระกูลเฟิ่ง ทว่าหากอยากกลายเป็นเจ้าโลก สิ่งที่นางต้องเจอ ต้องผ่าน ก็จำต้องมากกว่าคนอื่น ต้องรู้ไว้ว่าหากอยากสวมมงกุฎของราชา ก็จำต้องรับน้ำหนักของมันให้ได้”
ผู้เฒ่าเทียนจีถอนหายใจ ยกน้ำชาขึ้นจิบ ยามเข้าปากรสชาติขมขื่น ยามไหลลงคอรู้สึกกลมกล่อม รสชาติที่เหลืออยู่ในปากให้กลิ่นหอมหวาน…
ได้ยินอย่างนั้น โม่เฉินรู้สึกหนักอึ้งที่ใจ ถามว่า “ท่านอาจารย์ ท่านเคยบอกว่าชะตาชีวิตของข้าและนางผูกไว้ด้วยกัน บอกว่าข้าต้องปกป้องนายแห่งตระกูลเฟิ่ง เช่นนั้นในเรื่องนี้ ข้าจะช่วยอะไรนางได้บ้างหรือไม่ขอรับ?”
ผู้เฒ่าเทียนจีส่ายหน้า “ไม่จำเป็นต้องฝืน ทุกอย่างปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติเถิด! ทุกคนมีการรังสรรค์ของแต่ละคน มีคำหนึ่งกล่าวไว้ว่า คนคำนวณมิสู้ส