วิวยอดเขาลูกนั้น ก็อดดวงตาเป็นประกายไม่ได้
ข้างบนนี้เข้ากับประโยคที่ว่าสี่ฤดูดุจวสันตฤดูจริงๆ ต่างจากภูเขาหิมะที่ไร้ต้นไม้ใบหญ้าด้านล่าง ยอดเขาลูกนี้เป็นพื้นที่ราบเรียบ เขตอาคมได้แยกที่นี่ออกจากข้างนอกนั้น
ด้านในเขตอาคม ร้อยบุปผาเบ่งบาน ผีเสื้อโผบิน ยังมีพวกสัตว์ตัวเล็กๆ วิ่งฝ่าพุ่มหญ้าและดอกไม้ บนต้นดอกเหมย นกน้อยกระโดดเกาะบนกิ่งไม้ ส่งเสียงร้องเจี๊ยวจ๊าว ทั้งหมดนี้ เป็นเพียงบางส่วนที่พวกเขาเห็นเท่านั้น คล้ายว่าจะไม่ใช่ทั้งหมดของยอดเขาลูกนี้
“เข้ามาเถิด! ยอดเขาภูผาสวรรค์แห่งนี้ใหญ่มาก นี่เป็นเพียงด้านหนึ่งในนี้เท่านั้น” โม่เฉินเปิดเขตอาคมให้พวกเขาเข้ามา พลางอธิบายให้พวกเขาฟัง “บนเขาลูกนี้มีข้าและท่านอาจารย์เพียงสองคน พวกเจ้าทำตัวตามสบายได้เลย”
“ที่แห่งนี้ช่างน่าเหลือเชื่อจริงๆ…” เฟิ่งจิ่วอุทาน นึกไม่ถึงว่าโลกนี้จะมีสถานที่ที่วิเศษเช่นนี้อยู่ด้วย
“ภูผาสวรรค์มีหลายชื่อ บ้างก็เรียกว่าภูเขาหิมะ บ้างก็เรียกว่าภูเขาเทวดา” โม่เฉินอธิบายเสียงนุ่มนวล พลางนำทางพวกเขาเดินเข้าไปข้างใน
เซวียนหยวนโม่เจ๋อกวาดตามองรอบหนึ่ง แล้วถามว่า “บ่อหิมะของภูผาสวรรค์อยู่ที่ใด?” นี่เป็นจุดประสงค์หลักที่พวกเขามาภูผาสวรรค์ เด็ดดอกบัวหิมะได้เมื่อใดก็จะไปจากที่นี่ได้ ไม่ต้องเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าอ่อนคนนี้อีก
ได้ยินเซวียนหยวนโม่เจ๋อถาม โม่เฉินมองเขาด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย แล้วหันไปถามเฟิ่งจิ่ว “พวกเจ้ามาที่นี่ ก็