วอย่างเจ็บปวดใจ เพียงแต่ น้องรองกำลังดูอยู่ อีกอย่างเรื่องนี้นางก็ทำไม่ถูกจริงๆ หากเขาหยุด ก็กลัวว่าภายหน้าความน่าเกรงขามจะถูกบั่นทอน อีกอย่างเขาก็จะเงยหน้าต่อหน้าน้องรองของเขาไม่ได้อีก ด้วยเหตุนี้ เขาจึงจำต้องตีต่อไป
ต้วนมู่ไป๋นั่งดื่มชาเงียบๆ อยู่ในนั้น กระทั่งคนข้างนอกกรีดร้องจนแทบไร้เสียงแล้ว จึงลุกขึ้นมา แล้วบอกว่า “พี่ใหญ่ เด็กสั่งสอนก็พอแล้ว อย่าถึงขั้นเอาชีวิตกัน ข้าเห็นว่าให้จบแต่เพียงเท่านี้ก็แล้วกัน! นางน่าจะหลาบจำกับบทเรียนครั้งนี้แล้ว”
ได้ยินอย่างนั้น เจ้าเมืองต้วนรีบหยุดมือ มองดูลูกสาวที่นอนอยู่บนพื้น แล้วตวาดด้วยความปวดใจที่ลูกสาวไม่ได้ดั่งใจ “เจ้าจำบทเรียนครั้งนี้ไว้แล้วหรือยัง?”
“จะ จำไว้แล้วเจ้าค่ะ” ต้วนหลินหลินที่นอนอยู่บนพื้นกัดปาก น้ำเสียงสั่นเทาใบหน้าซีดเซียว ทั่วร่างเต็มไปด้วยเหงื่อผสมเลือด สภาพน่าอเนจอนาถ
“ยังไม่รีบพาคุณหนูไปทายาอีก!” เจ้าเมืองต้วนตวาดลั่น สั่งให้องครักษ์สองคนนำตัวคนกลับไปส่ง แล้วกำชับอีกว่า “รีบให้หมอในจวนไปดู!”
“ขอรับ!” องครักษ์รับคำ แล้วส่งคนกลับไป พร้อมกับสั่งให้คนไปแจ้งหมอในจวนด้วย
“พี่ใหญ่ พรุ่งนี้ข้าก็จะกลับแล้ว จึงอยากไปคุยกับท่านพ่ออีกสักหน่อย” ต้วนมู่ไป๋บอกเขา
“ได้ เจ้าไปเถิด!” เจ้าเมืองต้วนพยักหน้า เห็นเขาออกไปแล้ว ก็รีบมุ่งหน้าไปที่เรือนของลูกสาวคนเล็ก เพื่อดูว่าเจ็บหนักมากหรือไม่
………………………………….