งที่ตกลงกันแล้ว เหตุใดพอเซวียนหยวนโม่เจ๋อมา เขาก็จะไปแล้ว? ก่อนหน้านี้ก็ไม่เห็นเขาบอกว่ามีเรื่องอะไรเลยนี่!
เขาพยักหน้า แล้วบอกว่า “อืม ไม่ไปแล้ว ข้าตั้งใจจะไปสะสางเรื่องนี้ก่อนแล้วค่อยว่ากัน เมื่อถึงเวลาข้าจะไปหาพวกเหลิ่งซวงเพื่อพบแม่บุญธรรมก่อน”
“เช่นนั้นก็ได้! ท่านอยู่ข้างนอกรักษาตัวด้วย”
“ไม่ต้องห่วงข้า อย่างไรข้าก็เป็นผู้ชายที่ผ่านเรื่องราวมามากมายแล้ว อันตรายทั่วไปข้าไม่เห็นอยู่ในสายตาหรอก” กวนสีหลิ่นหัวเราะเสียงดัง หันไปมองเซวียนหยวนโม่เจ๋อ แล้วบอกว่า “น้องสาวข้ารบกวนเจ้าดูแลให้มากหน่อยเล่า”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อมองเขาแวบหนึ่ง แล้วพยักหน้า
“เช่นนั้นพวกเราก็ออกเดินทางพรุ่งนี้กันเถิด!” เฟิ่งจิ่วพูดกับเซวียนหยวนโม่เจ๋อ มาถึงสวนดอกไม้ในลานบ้านพอดี ฝีเท้าของเธอหยุดชะงัก มองยาทิพย์ต้นหนึ่งในสวนนั้น “เป็นต้นนั้น ข้าไปเก็บก่อน พรุ่งนี้ฟ้าสางเมื่อใดก็ไปกัน จะได้ไม่ทำให้คนอื่นแตกตื่น”
เธอเดินเข้าไปข้างใน พลางตะโกนบอกต้วนอิ๋งอิ๋งที่ยืนอยู่ด้านหนึ่ง “อิ๋งอิ๋ง ให้ข้ายืมพลั่วเล็กของเจ้าหน่อย”
ได้ยินเฟิ่งจิ่วที่อยู่ข้างหน้าตะโกนมา ต้วนอิ๋งอิ๋งที่อยู่ข้างหลังหยิบพลั่วเหล็กขนาดเล็กออกมาจากห้วงมิติแล้วยื่นให้เฟิ่งจิ่ว จากนั้นก็ยืนดูอยู่ข้างหลัง นางรู้ เธอมาที่นี่เพื่อยาทิพย์ชนิดนี้ บอกว่านี่เป็นค่าตอบแทนที่เธอรักษาท่านปู่ของนาง
มองดูเธอขุดยาทิพย์ต้นนั้นออกมา แล้วเก็บใส่ห้วงมิติไปพร้อมกับก้อนดินติ