องเจ้าเมืองต้วนกับผู้นำตระกูลเมิ่ง แล้วพูดอย่างขอโทษ “สร้างความลำบากให้พวกท่านแล้ว”
“คุณชายเฟิ่งกล่าวหนักเกินไปแล้ว เป็นพวกข้าที่ช่วยอะไรไม่ได้เลยต่างหาก” ทั้งสองรีบตอบ
“กลับไปทำแผลกันก่อนเถิด!” กวนสีหลิ่นที่ยืนอยู่ด้านหนึ่งพูดแทรก แล้วหันไปบอกเจ้าเมืองต้วน “ท่านเจ้าเมือง ข้าพาเขากลับจวนก่อน”
“ได้ๆ ข้าจะให้คนคุ้มกันพวกท่านกลับไป” เจ้าเมืองเพิ่งจะพูดจบ กวนสีหลิ่นก็โบกมือปฏิเสธ “ไม่ต้องแล้ว มีข้าคอยคุ้มกันก็พอ” กล่าวจบ ก็พาเฟิ่งจิ่วจากไป
เจ้าเมืองต้วนกับผู้นำตระกูลเมิ่งมองดูเขาถือดาบที่ยังอาบเลือดหมุนตัวพาเฟิ่งจิ่วเดินจากไป ก็อดหันไปมองศพของผู้ฝึกตนระดับเซียนเหินสองคนที่ขาดเป็นสองท่อนไม่ได้ ภาพที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดนั้น ทำให้ทั้งสองอดไม่ได้ที่จะพร้อมใจกันกลืนน้ำลาย
ก็จริง มีเขาคอยคุ้มกัน กอปรกับพลังต่อสู้อันแข็งแกร่งเกินคนธรรมดาของเฟิ่งจิ่ว ยังต้องให้พวกเขาคุ้มกันอีกเสียที่ไหน?
เฟิ่งจิ่วกับกวนสีหลิ่นจากไป เจ้าเมืองต้วนอยู่ต่อเพื่อช่วยจัดการศพ จากนั้นก็พาท่านพ่อของเขากลับจวน
ส่วนปราชญ์โอสถสองคนที่หาเรื่องเฟิ่งจิ่วก่อนหน้านี้ ไม่รู้ว่าหลบหายไปที่ใดแล้ว พวกเขาไม่กล้าโผล่หน้ามาอีก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงนักเล่นแร่แปรธาตุและนักปรุงยาพวกนั้นเลย
เกิดเรื่องการลอบสังหารขึ้น พวกเขาคิดเพียงว่าไม่ถูกซักไซ้ไล่เรียงก็ดีแล้ว ยังจะมัวสนใจเรื่องอื่นอีกเสียที่ไหน?
โชคดีที่เฟิ่งจิ่วไม่คิดจะเอาเรื่องพวกเข