อของนาง จึงได้รู้ว่าเด็กหนุ่มชุดแดงคนนั้นก็คือคนที่มารักษาท่านปู่ของนาง ท่านพ่อของนางยังกำชับไว้ว่าห้ามไปล่วงเกินเขา
ทว่า เมื่อนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างทางกลับบ้าน นางก็ไม่อาจทำเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น ที่น่าชังที่สุดคือเด็กหนุ่มแซ่เฟิ่งกลับทำดีกับพี่สาวเป็นใบ้หูหนวกของนาง แล้วยังพานางออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกด้วย นางมีดีอะไรกัน
นางนอนไม่หลับทั้งคืน
ในยามโฉ่วซึ่งเป็นช่วงเที่ยงคืน เฟิ่งจิ่วถึงเพิ่งเดินออกจากห้องของอิ๋งอิ๋ง มองกวนสีหลิ่นที่ลุกขึ้นยืน เธอยิ้มบอกว่า “ท่านพี่ กลับไปนอนเถิด!”
“แม่นางน้อยคนนั้นเป็นอย่างไรบ้าง จะเห็นผลเมื่อใด” เขาถาม
“รอดูนางตื่นพรุ่งนี้ หากไม่มีอะไรผิดพลาด ความสามารถในการได้ยินจะค่อยๆ ดีขึ้น ใช้เวลาประมาณหนึ่งวันก็จะได้ยินเสียงอย่างชัดเจนแล้ว ส่วนเรื่องเส้นเสียง พรุ่งนี้พอนางตื่นก็จะพูดได้แล้ว แต่นางไม่เคยพูดมาหลายปีแล้ว เดาว่าเริ่มแรกอาจจะค่อนข้างยาก”
ได้ยินอย่างนั้น กวนสีหลิ่นพยักหน้ายิ้มๆ บอกว่า “แม่นางน้อยคนนี้ช่างมีบุญ ได้เจอภูตหมออย่างเจ้า ไม่เช่นนั้น ไม่อยากคิดเลยว่าชาตินี้จะเป็นอย่างไร”
“เป็นเพราะนางมีวาสนากับข้าด้วย ท่านดูอีกคนสิ แม้หน้าตาเหมือนกัน แต่กลับใช้ไม่ได้ ข้าไม่มีความรู้สึกดีๆ กับนางสักนิด” เธอยิ้มแล้วยืดเอวสะบัดข้อมือไปมา “ข้าต้องกลับไปนอนสักตื่น ฟ้าสางแล้วยังต้องไปรักษาท่านผู้เฒ่าอีก!”
กวนสีหลิ่นพยักหน้า “ไปเถิด! เจ้าหลับให้สบายได