นั่งอยู่ในนั้น น่าจะเป็นเด็กหนุ่มชุดแดงที่มีเหรียญตรานักปราชญ์สองเหรียญกระมัง
รถม้าคันข้างหน้าหยุดจอด เจ้าเมืองต้วนลงมาก่อน ประสานมือให้ผู้นำตระกูลเมิ่ง แล้วยิ้มพูดว่า “สหายเมิ่ง วันนี้รบกวนท่านแล้ว”
“ที่ไหนกันๆ” เขายิ้มประสานมือคารวะ ตอบว่า “เตียงน้ำแข็งเหมันต์เตรียมพร้อมแล้ว รอเพียงท่านเจ้าเมืองมาเท่านั้น”
ด้วยเหตุนี้ หลังจากทั้งสองกล่าวเกรงใจกันจบ เจ้าเมืองต้วนก็สั่งให้คนพาท่านพ่อของเขาเข้าไปในถ้ำน้ำแข็ง ขณะเดียวกันบนรถม้าที่อยู่ข้างหลังสุด กวนสีหลิ่นเลิกผ้าม่านแล้วเดินลงมาก่อน จากนั้น เฟิ่งจิ่วที่สวมชุดแดงสะดุดตาจึงค่อยตามลงมา
แม้รู้ว่านั่นเป็นเพียงเด็กหนุ่ม แต่เมื่อเห็นเด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาที่อายุยังไม่เต็มยี่สิบปี ผู้นำตระกูลเมิ่งก็ยังรู้สึกตกตะลึง ยังเด็กถึงเพียงนี้จริงๆ
“ท่านนี้ต้องเป็นคุณชายเฟิ่งแน่แล้ว” ผู้นำตระกูลเมิ่งก้าวเข้ามาประสานมือคารวะ ยิ้มบอกว่า “ได้ยินชื่อเสียงมิสู้พบหน้าจริงๆ!”
เฟิ่งจิ่วมองคนตรงหน้า ยิ้มพยักหน้า “ผู้นำตระกูลเมิ่ง” เจ้าเมืองต้วนเคยพูดถึงเขาให้เธอฟัง
“คุณชายเฟิ่ง เชิญข้างใน” เขาผายมือทำท่าเชื้อเชิญ เอียงตัวเชิญเขาเข้าไปข้างใน ยามนี้เอง เขาเพิ่งสังเกตเห็นชายชุดเสวียนที่ยืนอยู่ข้างๆ อดตะลึงงันไม่ได้ ลอบมองพิจารณาเงียบๆ
คนคนนี้เป็นใครอีก เหตุใดจึงมากับพวกเขาได้ หรือเป็นองครักษ์ของคุณชายเฟิ่ง เพียงแต่ ดูจากรัศมีแข็งแกร่งน่าพรั่นพรึงรอบตัวเขาแล้ว ก็