้ต้วนหลินหลินรีบหันกลับไปดูด้วยความตกใจ ครั้นเห็นชายรูปร่างสูงใหญ่กำยำไว้หนวดเคราเดินมาทางนาง ต้วนหลินหลินตกใจหน้าซีด รีบถอยไปยืนด้านหนึ่ง
“จะ เจ้าเป็นใครอีก” ต้วนหลินหลินตวาดถามด้วยน้ำเสียงสั่นเทาเล็กน้อย
“ท่านพี่ พวกเราไปกันเถิด!” เฟิ่งจิ่วตะโกนเรียก พยักพเยิดให้เขาอย่าไปสนใจนาง
“อืม”
“กวนสีหลิ่นพยักหน้า เหลือบมองใบหน้าที่เหมือนต้วนอิ๋งอิ๋งแวบหนึ่งก่อนจะละสายตาออกไป ก่อนจะเดินผ่านนางไป แล้วมายืนข้างเฟิ่งจิ่วกับต้วนอิ๋งอิ๋ง “ข้าบอกท่านเจ้าเมืองแล้ว ไปกันเถิด!”
เห็นทั้งสามคนเดินออกนอกจวนไป ต้วนหลินหลินอ้าปากค้าง สีหน้าตกตะลึง หลายปีที่ผ่านมา พี่สาวที่เป็นใบ้หูหนวกคนนั้นของนางไม่เคยก้าวเท้าออกจากจวนสักครั้ง หากออกไปอย่างนั้น คนข้างนอกจะนึกว่านางเป็นนางหรือไม่
นึกมาถึงตรงนี้ สีหน้านางพลันเปลี่ยนเป็นบูดบึ้ง รีบวิ่งไปที่เรือนของท่านพ่อ ตั้งใจจะถามให้รู้เรื่อง
ในอีกด้าน เฟิ่งจิ่วกับกวนสีหลิ่นพาต้วนอิ๋งอิ๋งที่ออกจากจวนเป็นครั้งแรกมาที่ถนนใหญ่ ยามเห็นของเล่นชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่วางตามแผงลอยข้างถนน ต้วนอิ๋งอิ๋งมองด้วยสีหน้าฉงนฉงายอย่างปิดไม่มิด เดินไปดูไป หยุดเล่นของเล่นบ้างเป็นระยะ กลับได้ของมาไม่น้อยทีเดียว
“นี่คุณชายชุดแดงไม่ใช่หรือ เขาเป็นปราชญ์ที่มีเหรียญตราถึงสองเหรียญเชียวนะ นึกไม่ถึงว่าวันนี้เขาจะออกมาเดินตลาด ไม่นึกเลยว่าจะได้เจอเขา!”
“พวกเจ้าดูผู้หญิงที่อยู่ตรงกลางนั่นสิ นั่นต้วนหล