ี้เขารู้สึกผิดแล้วจริงๆ อาหารที่คนอื่นเขาทำ กลับถูกเขากินจนหมดเสียแล้ว แต่ตัวนางกลับยังไม่ได้กิน
นึกถึงตรงนี้ กอปรกับเห็นแม่นางน้อยระแวงเขาเหมือนระแวงโจร จึงไม่คุยกับนางมาก เพียงเดินกลับไปกลับมาอยู่ในครัว แล้วพูดขึ้นโดยไม่สนใจว่านางจะได้ยินหรือไม่ “ในเมื่อเป็นอย่างนี้ ข้าต้มหมี่ให้เจ้ากินก็แล้วกัน! ถือเป็นการขอบคุณที่เจ้าทำอาหารให้ข้า”
ต้วนอิ๋งอิ๋งยืนอยู่ด้านหนึ่ง เห็นเพียงกวนสีหลิ่นขยับปาก แต่ก็ไม่ได้ยินว่าเขากำลังพูดอะไร เดิมนางควรออกไป แต่กลับอยู่ต่อเพราะความสงสัย
เห็นเขาเริ่มค้นข้าวของในครัว จากนั้นก็เริ่มดึงเส้นหมี่ มองดูเขาที่ร่างกายสูงใหญ่เหมือนหมีกำลังวุ่นอยู่ในครัว นางรู้สึกเพียงช่างเป็นภาพที่ประหลาดยิ่งนัก
เมื่อเวลาผ่านไป นางมองดูเขาจัดวางเส้นลงในชามแล้วเติมน้ำแกง จากนั้นก็เติมไข่ไก่และของประเภทเนื้อสัตว์ลงไป สุดท้ายก็ยกบะหมี่ชามใหญ่ครบเครื่องมาข้างนอก
หรือว่าเขายังกินไม่อิ่ม?
ขณะที่นางกำลังคิดอย่างสงสัย ก็เห็นเขากวักมือเรียกนาง นางชะงักเล็กน้อยแล้วเดินออกไป ก็เห็นเขาชี้ไปที่บะหมี่ชามนั้นแล้วพยักพเยิดให้นางรีบกิน
นางอึ้งงัน เบิกตากว้างและอ้าปากค้างเล็กน้อยเหมือนไม่อยากเชื่อ รีบหยิบดินสอและกระดาษขึ้นมาเขียน “ให้ข้าหรือ”
กวนสีหลิ่นพยักหน้า รับกระดาษของนางไป ยิ้มแล้วเขียนว่า “เจ้าลองกินดูว่ารสชาติเป็นอย่างไร”
เห็นอย่างนั้น นางคลี่ยิ้มด้วยความดีใจน้อยๆ แล้วค่อยหยิบตะเกียบและเ