อ”
“แน่นอน ข้าพาเจ้าไปด้วย แค่บอกพ่อเจ้าให้รู้ก็พอแล้ว” เฟิ่งจิ่วเขียนตอบ
“ข้าไปบอกเอง!” กวนสีหลิ่นลุกขึ้นมา แล้วเดินออกไปข้างนอก
“ไป ข้าพาเจ้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้า” เธอจูงมือนางไปที่ห้องของเธอ เลือกชุดกระโปรงสีเขียวอ่อนตัวหนึ่งให้นาง เมื่อเปลี่ยนใส่ชุดกระโปรงสีเขียวอ่อนก็ยิ่งทำให้นางดูอ่อนโยนกว่าเดิม
ในอีกด้าน ยามเจ้าเมืองต้วนได้ยินคำพูดของกวนสีหลิ่น ก็อดตะลึงไม่ได้ “สหายกวนหมายความว่า พวกท่านจะพาอิ๋งอิ๋งออกไปเดินเที่ยวข้าวนอกหรือ”
“ถูกต้องแล้ว คืนนี้พวกข้าจะกินข้าวข้างนอก เดาว่าจะกลับมาค่ำหน่อย แต่เจ้าเมืองวางใจได้ พวกข้าจะพาคุณหนูใหญ่ต้วนกลับมาอย่างปลอดภัยแน่นอน” เขากล่าวเสียงขรึม
เจ้าเมืองต้วนที่ได้สติกลับมารีบพยักหน้า “ดีๆ ไม่มีปัญหา เช่นนั้นก็รบกวนพวกท่านดูแลลูกสาวข้าด้วย”
“สมควรอยู่แล้ว” เขาพยักหน้า แล้วหมุนตัวเดินจากไป
เจ้าเมืองต้วนมองแผ่นหลังของเขาที่ห่างออกไป รู้สึกสับสนเล็กน้อย สมควรอะไรกัน พาลูกสาวของเขาออกไปเป็นเรื่องสมควรงั้นหรือ พี่น้องคู่นี้แปลกยิ่งนัก
ในอีกด้าน เฟิ่งจิ่วจูงมืออิ๋งอิ๋งออกมาจากสวน เดินไปที่ลานบ้านด้านหน้า เพื่อรอท่านพี่ของเธอ แต่กลับเจอคุณหนูรองต้วนที่ชื่อต้วนหลินหลิน
“ปะ เป็นเจ้า เจ้ามาอยู่ในบ้านข้าได้อย่างไร?” ต้วนหลินหลินที่กำลังจะไปหาท่านพ่อของนางไม่มองพี่สาวฝาแฝดที่ยืนอยู่ข้างๆ เพียงถลึงตาจ้องเด็กหนุ่มชุดแดงคนนั้น
คนคนนี้มาอยู่ในบ้านนางได้อย่างไร?
…