องแล้ว ตอนนี้น้องชายข้ากำลงยุ่ง เขากำชับว่าห้ามไม่ให้ผู้ใดมารบกวน อีกทั้งที่สวนแห่งนี้ก็ดีมาก ไม่ขาดเหลืออะไรสักอย่าง”
ได้ยินอย่างนั้น เจ้าเมืองต้วนสายตาไหวระริก “อย่างนี้เองหรือ! เช่นนั้นก็ดี! ข้าไม่รบกวนแล้ว” เขาพยักหน้าแล้วหมุนตัวเดินจากไป ทว่าหลังจากเดินไปสองก้าว ก็ชะงักเท้าแล้วหันกลับมายิ้มบอก “หากต้องการอะไร มาหาข้าได้เสมอ ลูกสาวข้าอยู่ที่นี่ ฝากทั้งสองท่านดูแลมากหน่อย”
“ท่านเจ้าเมืองวางใจได้” เขาพยักหน้า มองดูเขาจากไป จึงค่อยนั่งลงฝึกฝนวรยุทธ์ต่อ
ขณะเดียวกัน ในห้องของเฟิ่งจิ่ว เธอกำลังตั้งใจผสมยาน้ำ บรรดาขวดเล็กขวดใหญ่บนโต๊ะล้วนบรรจุไปด้วยน้ำยาที่มีสรรพคุณแตกต่างกันไป กลิ่นยาฉุนๆ ตลบอบอวลไปทั่วทั้งห้อง
เพราะสวนแห่งนี้มีพวกเขาเพียงสามคน หลังจากกำชับแล้วเข้ามาปรุงยา กวนสีหลิ่นฝึกวรยุทธ์อยู่ที่ศาลา ต้วนอิ๋งอิ๋งที่ว่างงานจำคำที่เฟิ่งจิ่วกำชับไว้ จึงไม่ได้ไปรบกวน แต่ครั้นนึกได้ว่าถึงเวลาอาหารแล้วพวกเขาคงหิว จึงทำอาหารเตรียมไว้ก่อน
นางไม่ได้ยกอาหารไปที่ห้องของเฟิ่งจิ่ว เพราะเฟิ่งจิ่วกำชับไว้ว่าหากเธอไม่ออกมาก็ห้ามเข้าไปรบกวน ส่วนคนที่ชื่อกวนสีหลิ่น นางก็กลัวเขามาก โดยเฉพาะเวลาที่เฟิ่งจิ่วไม่อยู่ นางยิ่งไม่กล้ายกอาหารไปให้เขา
แล้วก็เพราะเหตุนี้ นางที่ทำอาหารเสร็จแล้วจึงยืนเหม่ออยู่หน้าห้องครัว ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดี ลังเลอยู่นาน นางเก็บอาหารไว้ให้เฟิ่งจิ่วชุดหนึ่ง แล้วจัดวางข้าวปล