ค่ออกหน้าก็จบแล้ว?” เย่อวี๋หรานถาม “เขาตีน้องสาวเจ้า เจ้าก็ตีเขา?”
“ถ้าเขากล้าลงไม้ลงมือกับปาเม่ย ข้าก็ต้องจัดการเขาอยู่แล้วสิขอรับ ถึงอย่างไรข้าก็เห็นปาเม่ยมาตั้งแต่อ้อนแต่ออกนะ” จูซานกล่าวอย่างประหลาดใจ “ท่านแม่ ท่านเห็นข้าเป็นคนอย่างไรกัน? ข้าดูเหมือนคนที่ไม่สนใจไยดีน้องสาวหรือขอรับ?”
“เจ้าตีคนเขาไปแล้ว รอจนพวกเจ้าจากไป เขาก็ตีน้องสาวของพวกเจ้าอีก ทั้งยังลงมือหนักกว่าเดิม ตีจนน้องสาวของพวกเจ้าไม่กล้ามาฟ้องพวกเจ้าอีกแล้ว…ถ้าปาเม่ยไม่มาฟ้อง ทั้งยังช่วยเขาปกปิด พวกเจ้ายังจะยุ่งอยู่ไหม?”
“เอ่อ…” รอบนี้ จูซานถึงคราวลำบากใจเสียแล้ว “ถ้ารู้เรื่องก็ต้องยุ่งอยู่แล้ว แต่ถ้าไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำ พวกข้าก็จนปัญญานี่นา…ท่านแม่ ท่านเป็นคนสั่งสอนปาเม่ยมาเองกับมือ คงไม่ถึงขั้น…”
“ไม่กลัวหนึ่งหมื่น เพียงกลัวหนึ่งในหมื่น เจ้าต้องจำไว้ว่าในโลกไม่มีอะไรแน่นอน ต่อให้ข้าสั่งสอนปาเม่ยไว้ดีแค่ไหน แต่ถ้าพวกเรามองคนผิด ให้ปาเม่ยออกเรือนให้คนหน้าไหว้หลังหลอก จิตใจกลับกลอกชั่วร้ายเล่า? แม้แต่พวกเราเอง ตอนแรกก็ยังมองอีกฝ่ายไม่ออก เจ้าคิดว่าปาเม่ยจะมองออกอย่างนั้นรึ?”
จูซานไม่กล้าปริปากอีกแล้ว “…”
ถ้ามารดาของเขายังมองไม่ออกว่าอีกฝ่ายเป็นคนเช่นไร เขาก็ไม่อาจรับประกันได้จริง ๆ ว่าคนอื่นจะสามารถมองออก
ในสายตาของจูซาน คนที่มีสายตาเฉียบแหลมมองทะลุใจคนได้เก่งกาจที่สุดในบ้านก็คือมารดาของพวกเขา
“คนเช่นไรก็ไม่อาจรอดพ้นจ