ด้ยินคนข้างนอกกำลังพูดถึงเรื่องของเจ้า ได้ยินคนพวกนั้นบรรยายข้าก็รู้ทันทีว่าเป็นเจ้า” มือใหญ่ของเขาตบลงบนไหล่เธอ “นอกจากเก่งขึ้น อย่างอื่นก็ไม่เปลี่ยนไปเลยนี่นา! อ้อ ใช่สิ แม่นางน้อยคนนี้ถูกข้าทำให้ตกใจจนหมดสติไปแล้ว”
“ถูกท่านทำให้ตกใจจนหมดสติหรือ” เฟิ่งจิ่วตกตะลึง ยามเลื่อนสายตาไปที่ใบหน้าที่เต็มไปด้วยหนวดเคราของเขา ก็อดหัวเราะไม่ได้ “ท่านพี่ ท่านดูท่านสิ อย่างน้อยก็น่าจะโกนหนวดบ้าง โชคดีที่เป็นกลางวัน ถ้าเป็นกลางคืนยิ่งน่าตกใจกว่า”
“ก็ข้าเดินทางอยู่ตลอด จึงไม่มีเวลาโกนหนวดไม่ใช่หรือไงเล่า อีกอย่างข้าก็ชินแล้วด้วย คนที่อยู่กับข้าล้วนเป็นชายฉกรรจ์ มีใครบ้างไม่อยู่ในสภาพนี้”
เขาลูบหนวดบนหน้าตนเอง แล้วบอกว่า “สภาพข้าเช่นนี้ก็ไม่ได้น่าตกใจมาก แต่นึกไม่ถึงแม่นางน้อยคนนี้กลับตกใจจนหมดสติไปเสียได้”
“นางไม่ใช่แม่นางน้อยอะไรเสียหน่อย นางเป็นลูกสาวคนโตของเจ้าเมืองต้วน ชื่อต้วนอิ๋งอิ๋ง” เฟิ่งจิ่วยิ้มบอก
“อ้อ? เป็นลูกสาวของเจ้าเมืองต้วนหรือ ข้านึกว่าเป็นเด็กรับใช้ของเจ้าเสียอีก เมื่อกี้ตอนเข้ามาข้าถามนางว่าเจ้าอยู่ไหน นางก็ไม่ตอบข้าเลย ขี้ขลาดไม่ว่า แต่นิสัยก็ไม่ค่อยดีอีก”
ได้ยินอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วหัวเราะเบาๆ “ท่านป้ายสีนางเกินไปแล้ว นางไม่ได้ยินแล้วก็พูดไม่ได้ ไม่ได้ตั้งใจเมินท่าน ความจริงนางเป็นคนดี จิตใจบริสุทธิ์มากทีเดียว”
………………………………….