ี้ข้าเชิญท่านพักที่สวนแห่งนี้ชั่วคราวก่อนก็แล้วกัน! ในสวนแห่งนี้กว้างขวาง แล้วก็มีห้องพักอยู่หลายห้องทีเดียว”
ได้ยินอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วยิ้มกริ่มแล้วเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง “เจ้าเมืองต้วนวางใจข้าเหลือเกินนะขอรับ”
“หึๆ คุณชายเฟิ่งเป็นแขกคนสำคัญ ข้าเพียงคิดว่าในเมื่อคุณชายเฟิ่งเห็นบุตรสาวข้าเหมือนสหายตั้งแต่พบกันครั้งแรก เช่นนั้นสองวันนี้ก็ให้บุตรสาวข้าคอยอยู่เป็นเพื่อนได้ ดอกหลิงหลงเจ็ดสีอยู่ในสวนแห่งนี้ ข้าคิดว่าคุณชายเฟิ่งพักที่นี่จะสะดวกกว่า”
เธอยิ้มๆ หันไปมองต้วนอิ๋งอิ๋งแวบหนึ่ง แล้วยิ้มตอบว่า “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ งั้นข้าก็จะพักที่สวนแห่งนี้ มีบุปผาและสตรีรูปงามคอยอยู่ข้างๆ กลับชวนให้เบิกบานจิตใจไม่น้อยจริงๆ”
ด้วยเหตุฉะนี้ เฟิ่งจิ่วจึงพักอยู่ที่ส่วนแห่งนี้ ต้วนอิ๋งอิ๋งที่อยู่สวนเดียวกันกลับไม่รู้สึกอึดอัดใจที่ต้องอยู่ร่วมชายคากับผู้ชายเลยแม้แต่น้อย สำหรับนาง หากสองคนไม่พักอยู่ห้องเดียวกันก็ไม่เป็นไรแล้ว ไม่ได้เห็นแก่ชื่อเสียงเหมือนสตรีจากตระกูลผู้ดีที่อยู่ข้างนอกเหล่านั้นเลยสักนิด
เฟิ่งจิ่วในยามนี้กลับไม่รู้เลยว่า ณ ที่แห่งนี้ เธอกำลังจะได้พบคนที่ไม่ได้เจอกันมานานอีกครั้ง…
เช้าวันต่อมา
นอกประตูเมือง มีชายสวมชุดคลุมสีเสวียน หนวดเครารุงรัง ร่างกายกำยำล่ำสันคนหนึ่งเดินเข้ามา เพราะไม่สนใจการแต่งเนื้อแต่งตัว ทำให้เขาดูเหมือนชายฉกรรจ์อายุสามสิบสี่สิบกว่าปี ดูน่ากลัวเล็กน้อย
เขาถือดาบด้ามกล