ล้วๆ เป็นม้าประหลาดสีขาวมีเขายาวบนหัว สหายท่านนี้เคยเห็นหรือ” คนคนนั้นถามด้วยความแปลกใจ
ชายชุดเสวียนเผยรอยยิ้ม เพียงแต่เพราะมีหนวดเคราบดบัง จึงเห็นได้ไม่ชัด เขาไม่ตอบแต่กลับย้อนถาม “เมื่อกี้พวกท่านว่าคนคนนั้นอยู่หน้าจวนเจ้าเมืองหรือ หรือว่าเขาเข้าไปในจวนเจ้าเมืองแล้ว หรือยังอยู่ในเมือง หรือว่าไปแล้ว”
“อยู่ในจวนเจ้าเมือง เพราะเจ้าเมืองอาวุโสป่วยหนัก บรรดาหมอไร้หนทางรักษา คุณชายชุดแดงคนนั้นก็ไม่รู้เป็นยอดฝีมือโผล่มาจากไหน เมื่อวานเจ้าเมืองเชิญเขาเข้าไปในจวน ตอนนี้น่าจะยังอยู่ในจวนเจ้าเมือง”
“ขอบคุณที่บอกกล่าว” เขาลุกขึ้นประสานมือ หยิบเหรียญทองสองเหรียญวางบนโต๊ะ ตะโกนเรียกเสี่ยวเอ้อร์ จากนั้นก็หยิบดาบเล่มใหญ่เดินออกไป
มองดูชายชุดเสวียนยามเดินเกิดสายลม ท่าทางดุดันและปราดเปรียว คนกลุ่มนั้นสะดุ้ง ลอบคิดในใจ คนคนนี้เป็นใครกัน รัศมีรอบตัวน่ากลัวถึงเพียงนี้
ด้านหน้าจวนเจ้าเมือง ชายฉกรรจ์สวมชุดเสวียนมือถือดาบเล่มใหญ่ดุจเทพเจ้าเฝ้าประตูยืนอยู่ตรงนั้น เขาเงยหน้า มองตัวหนังสือขนาดใหญ่คำว่า “จวนเจ้าเมือง” ตรงหน้า ไม่รู้ว่ากำลังคิดสิ่งใดอยู่ ในแววตาผุดรอยยิ้มแห่งความดีใจขึ้นมา
ทว่า ชายฉกรรจ์ร่างกายกำยำถือดาบเล่มใหญ่ที่ไม่รู้ว่าจู่ๆ โผล่มาจากที่ใด กลับทำให้องครักษ์สองนายที่ยืนเฝ้าประตูอยู่ลอบกลืนน้ำลาย และจ้องเขาด้วยความระแวดระวัง
ด้วยเหตุนี้ ยามเขาถือดาบเล่มใหญ่สาวเท้าเดินเข้ามา องครักษ์สองนายรีบ