ยนที่เดินเข้ามา เห็นเขานั่งกินเนื้อคำโตข้างหน้าต่าง ก็ไม่ได้สนใจอะไรอีก หันกลับไปคุยกันเรื่องที่เกิดขึ้นในเมืองเมื่อสองวันที่ผ่านมา
“จริงๆ นะ มีคนเห็นไม่น้อยเลยล่ะ คนคนนั้นยังเป็นเด็กหนุ่มอยู่จริงๆ ตอนแรกนักเล่นแร่แปรธาตุคนหนึ่งบอกว่าเด็กหนุ่มคนนั้นไม่มีคุณสมบัติยืนอยู่หน้าประตูจวนเจ้าเมือง แต่หลังจากนั้นไม่นาน เด็กหนุ่มกลับหยิบเหรียญตราสองเหรียญขึ้นมาเหน็บหน้าอก ทำเอานักเล่นแร่แปรธาตุคนนั้นพูดไม่ออกสักคำ เหมือนถูกตบหน้าแรงๆ นั่นเหรียญตราปราชญ์โอสถสองเหรียญเชียวนะ อย่าว่าแต่ในเมืองเราเลย แม้แต่เมืองอื่นก็ยังไม่แน่ว่าจะมีปัญญาสอบเอาเหรียญปราชญ์โอสถสองเหรียญมาได้”
“เก่งขนาดนี้เชียวหรือ เป็นเด็กหนุ่มแบบใดกันแน่ จะเป็นตัวประหลาดอะไรหรือไม่นะ?” อีกคนกินถั่วลิสง แล้วถามด้วยความฉงนฉงาย
“ตัวประหลาด? เป็นไปไม่ได้ๆ นั่นเป็นเด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา สวมชุดสีแดงโดดเด่นสะดุดตา ดูราวกับภูตพราย งามจนน่าเหลือเชื่อเสียขนาดนั้น”
ชายที่นั่งอยู่อีกโต๊ะยิ้มบอกว่า “ถูกต้องๆ เด็กหนุ่มชุดแดงคนนั้น วันนั้นข้านัดดื่มสุรากับสหาย เห็นเขาขี่ม้าประหลาดตัวหนึ่งเข้าเมืองมา ตอนนั้นเพราะเห็นหน้าตาเขาหล่อเหลาโดดเด่นขี่ม้าประหลาด จึงจ้องอยู่นาน”
ชายที่นั่งกินข้าวอยู่ข้างหน้าต่างได้ยินก็ชะงัก หันไปมองชายที่กำลังเล่าแวบหนึ่ง แล้วถามว่า “สหายท่านนี้ ม้าที่เด็กหนุ่มชุดแดงขี่เป็นม้าประหลาดสีขาวมีเขายาวบนหัวใช่หรือไม่”
“ใช่แ