กอย่าง กระทั่งผ่านไปครู่หนึ่งถึงค่อยออกจากห้องไป
หลังกินข้าวเสร็จ เฟิ่งจิ่วออกมาเดินเล่นข้างนอก พลางสำรวจเส้นทางไปจวนเจ้าเมืองด้วย กอปรกับไปดูด้วยว่าเป็นอย่างที่เสี่ยวเอ้อร์บอกจริงไหม ที่ว่านอกจวนแห่งนั้นล้วนเต็มไปด้วยหมอและนักเล่นแร่แปรธาตุ
นึกไม่ถึง ครั้นมาถึงถนนที่อยู่ด้านนอกจวน กลับมีคนรายล้อมอยู่มากมาย เหมือนอย่างที่เสี่ยวเอ้อร์บอก นอกจากหมอ ยังมีนักเล่นแร่แปรธาตุด้วย อีกทั้งระดับความสามารถยังแตกต่างกัน ท่ามกลางคนพวกนั้น กลับยังมีคนที่ใส่ชุดของสำนักโอสถตะวันรวมอยู่ด้วย
“ดูท่าอาการป่วยน่าจะยังไม่หาย ทว่าถึงแม้เจ้าเมืองจะอนุญาตให้ขออะไรก็ได้หนึ่งอย่างหากรักษาเจ้าเมืองอาวุโสหายได้ แต่เหตุใดจึงดึงดูดผู้คนมาได้มากมายถึงเพียงนี้?”
เธอพึมพำเบาๆ รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เธอมาเพราะต้องการดอกหลิงหลงเจ็ดสีเพื่อนำไปหลอมยา แต่พวกหมอและนักเล่นแร่แปรธาตุเหล่านั้นแต่ละคนมีเหรียญตราห้อยไว้ตรงหน้าอก บ่งบอกถึงฐานะและระดับของพวกเขา แต่พวกเขาก็ยังมายืนถกเถียงกันเสียงเบาอยู่ที่นี่ นั่นออกจะแปลกอยู่สักหน่อย
“หึๆ แน่นอนว่าเป็นเพราะชื่อเสียงน่ะสิ!”
เสียงหนึ่งดังขึ้นมา เฟิ่งจิ่วหันไปมอง เห็นหมออายุประมาณสามสิบคนหนึ่งทำหน้าคาดหวังและตื่นเต้น “อาการป่วยของท่านเจ้าเมืองอาวุโสไม่มีใครรักษาหายได้ อีกทั้งท่านเจ้าเมืองต้วนก็เป็นคนกว้างขวาง หลายคนในตระกูลของเขาก็มีความสามารถโดดเด่นในด้านต่างๆ หนำซ้ำอาการป่วยของ