าร แล้วเห็นชายคนหนึ่งแอบดูอยู่อีกฝั่ง จึงถีบเขาตกน้ำไป นึกไม่ถึงกลับเป็นการส่งชายคนนั้นไปอยู่ตรงหน้าหญิงสาวที่ไม่ได้สวมใส่เสื้อผ้า” เหล่าไป๋พูดด้วยความร้อนใจ นึกถึงเรื่องโง่ๆ ที่ตนเองทำ มันก็รู้สึกว่าไม่มีหน้ามาพบนายท่านแล้ว
ได้ยินอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วยักคิ้ว เห็นว่าป่าอันเงียบสงบกลับไร้ซุ่มเสียง รู้สึกว่าไม่ชอบมาพากล จึงสาวเท้ามุ่งหน้าไปยังจุดที่เกิดเสียง
ฟังจากที่เหล่าไป๋เล่า เดาว่าตอนนี้สองคนนั้นน่าจะมีปากเสียงหรือลงไม้ลงมือกันแล้ว เหตุใดจึงเงียบไปเลยเล่า
“นายท่าน จะไปไหน” เหล่าไป๋รีบตามไปถาม
“ไปดูน่ะสิ! เจ้าถีบชายคนหนึ่งไปอยู่ต่อหน้าหญิงสาวที่ไม่สวมเสื้อผ้า นี่ไม่ใช่ตั้งใจจะให้ชายคนนั้นทำเรื่องไม่ดีหรือ ข้าไม่เชื่อหรอกว่าจะมีชายคนใดอดกลั้นได้ดีขนาดนั้น ไปดูสักหน่อย เผื่อเกิดอะไรไม่ดีขึ้น”
เหล่าไป๋อึ้งงัน ไม่อาจเข้าใจความคิดของมนุษย์ “คงไม่กระมัง” มันครุ่นคิด แค่มองก็ถือว่าเอาเปรียบแล้ว เหตุใดยังจะก่อเรื่องไม่ดีอีก
ทว่า ครั้นหนึ่งคนหนึ่งม้ามาถึงลำธารเส้นนั้น ยังไม่ทันเข้าไปใกล้ ก็เห็นผู้ชายคนนั้นถอดเสื้อผ้าจนเหลือแต่กางเกงชั้นในตัวเดียวกำลังลูบคลำเรือนร่างของหญิงสาวที่กำลังหมดสติ
เห็นภาพนั้น เฟิ่งจิ่วขมวดคิ้ว หมุนข้อมือ เข็มเงินเล่มหนึ่งพุ่งออกไป แทงเข้าที่ต้นคอของชายคนนั้น เห็นเพียงร่างกายของเขาแข็งค้าง ยังไม่ทันได้หันกลับมาก็ล้มลงไปแล้ว
“เจ้าดูเรื่องดีๆ ที่เจ้าทำไว้”
เธอตวัดตามอ