ที่เตรียมทุกอย่างพร้อมแล้วก็จูงเหล่าไป๋ออกจากประตูโดยมีทุกคนออกมาส่ง พลันนั้นก็ได้ยินเสียงไก่ขันดังมาจากลานบ้าน
ได้ยินเสียงไก่ขัน เฟิ่งจิ่วกระดกคิ้ว ชะงักฝีเท้า “เจ้าขนเขียวหรือ?”
“ใช่ขอรับนายท่าน ตั้งแต่มันมาอยู่ที่นี่ก็ร้องทุกวันเลยขอรับ” ตู้ฝานพูดยิ้มๆ เหลือบมองไปทางเจ้าขนเขียวที่กำลังยืนขันอยู่บนที่สูงในลานบ้าน
เฟิ่งจิ่วพยักหน้า “อืม ข้าได้ยินเสียงไก่ขันจริงๆ ตอนแรกนึกว่าเป็นไก่บ้านอื่น แต่เจ้าขนเขียวเป็นตัวเมียนี่ ไก่ตัวเมียก็ขันด้วยหรือ?”
ซั่งกวนหวั่นหรงที่มีเหลิ่งซวงคอยประคองยิ้มๆ “วัตถุหรือสิ่งมีชีวิตในโลกวิญญาณย่อมไม่อาจเทียบกับสิ่งของทั่วไปได้ นั่นเป็นสตัว์วิญญาณเชียวนะ”
“นั่นก็จริง” เธอตบหัวเหล่าไป๋เบาๆ แล้วโอ้อวดกับท่านแม่ของเธอว่า “ท่านแม่ ท่านดูม้าตัวนี้ของข้า เป็นม้าที่ไม่ธรรมดาเลยล่ะเจ้าค่ะ” พูดจบ ตนเองก็หัวเราะเสียงดังก่อน
เหล่าไป๋ถูกหยอกล้อ ก็ทำเสียงฮึดฮัดขึ้นจมูก แหงนหน้าขึ้น “แน่นอนอยู่แล้ว ข้าเหล่าไป๋มีหนึ่งเดียวในใต้หล้าเท่านั้น”
“เอาล่ะ พวกข้าต้องไปแล้ว” เฟิ่งจิ่วจูงเหล่าไป๋ออกจากประตูไป พูดกับพวกเขาว่า “พวกท่านไม่ต้องมาส่งแล้ว”
“นายท่าน เดินทางปลอดภัยขอรับ” ตู้ฝานบอก
“ดูแลตัวเองดีๆ ไม่ว่าเรื่องใดล้วนต้องระวังตัว” ซั่งกวนหวั่นหรงกำชับ
“ข้าทราบเจ้าค่ะ” เธอเดินออกจากประตู กระโดดขึ้นหลังเหล่าไป๋ โบกมือให้พวกเขา จากนั้นก็ใช้สองเท้าแตะท้องม้า ก่อนจะหายลับไปบนถนนที