ื่อใด ในใจเริ่มมีเงาของอีกฝ่ายอยู่ด้วยแล้ว ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ ไม่มีเหตุผลใดๆ ทั้งสิ้น
เช้าวันต่อมา
“ไม่ต้องส่งแล้ว รอข้าสะสางปัญหาเสร็จจะกลับมาหาเจ้า” เซวียนหยวนโม่เจ๋อบอกกับเฟิ่งจิ่วที่เดินออกมาส่งเขานอกลานบ้าน
เฟิ่งจิ่วพยักหน้า “อืม ระวังตัวด้วย ข้าจะอยู่ที่นี่รอท่านกลับมา”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อโอบเธอเข้าไปหา แล้วจูบหน้าผากเธอเบาๆ “ดูแลตัวเองด้วย อย่าเอาแต่ทำให้ข้าเป็นห่วง”
ได้ยินอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วหัวเราะร่า “ดูท่านพูดเข้าสิ พูดเหมือนข้าเป็นตัวก่อเรื่องอย่างไรอย่างนั้น” พูดจบ เธอก็อดหัวเราะเยาะตัวเองไม่ได้ ก่อนจะกลอกตา แล้วยิ้มตาหยี “แต่จะว่าไป เหมือนข้าจะเป็นตัวก่อเรื่องจริงๆ! ไปไหนก็มีแต่ความวุ่นวาย”
“ไม่เป็นไร เจ้าก่อเรื่องมีข้าคอยช่วยแก้ปัญหา ขอเพียงเจ้าไม่เอาแต่บาดเจ็บบ่อยๆ ก็พอ” เขากุมมือเธอแล้วบอก สายตาลึกล้ำสะท้อนแววอาลัยอาวรณ์
เพิ่งได้อยู่ด้วยกันไม่กี่วันก็ต้องไปสะสางปัญหาที่ตำหนักยมราชแล้ว ปัญหามาไม่ถูกเวลาเลยจริงๆ
เห็นถึงความอาลัยอาวรณ์ของเขา เธอยิ้มตาหยี แล้วบอกว่า “เอาล่ะๆ ท่านไปเถิด! รีบไปรีบกลับมา”
สุดท้าย หลังจากเธอเร่งเร้าอยู่สองสามครั้ง เซวียนหยวนโม่เจ๋อจึงค่อยหมุนตัวจากไป…
หลังจากเขาไป เฟิ่งจิ่วเดินกลับเข้ามาในลานบ้าน กินข้าวเช้ากับท่านแม่ของเธอเสร็จ ก็ให้เหลิ่งซวงอยู่ดูแลท่านแม่เธอ ส่วนตนเองก็เปลี่ยนกลับไปใส่เสื้อผ้าผู้ชาย แล้วพาตู้ฝานออกไปข้างนอก
หายากที่