รือขอรับ?” เหลิ่งหวายิ้มถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“อืม” เฟิ่งจิ่วพยักหน้าตอบ
“เมื่อครู่มีคนจากตำหนักยมราชมา บอกว่ามีเรื่องจะรายงาน เจ้าตำหนักตามเขาออกไปแล้ว น่าจะอยู่ที่ลานบ้านด้านหน้าขอรับ”
ได้ยินอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วชะงักเล็กน้อย ก่อนจะสาวเท้าเดินไปข้างนอก พอมาถึงลานบ้านด้านหน้า ก็เห็นเซวียนหยวนโม่เจ๋อหมุนตัวเดินกลับมาพอดี จึงเดินเข้าไป แล้วถามว่า “มีอะไรหรือ?”
“พักนี้มีอำนาจลึกลับกลุ่มหนึ่งจงใจเล่นงานตำหนักยมราช คล้ายต้องการบีบให้ข้าแสดงตัว เรื่องนี้เกรงว่าลำพังพวกฮุยหลางคงจะจัดการไม่ได้ ข้าตั้งใจจะกลับไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
เซวียนหยวนโม่เจ๋ออธิบาย โอบเธอแล้วเดินไปในลานบ้าน “เจ้าวางใจ ยาสองชนิดที่เจ้าขาด ข้าให้คนออกไปตามสืบแล้ว หาเจอเมื่อใดจะส่งมาให้เจ้าทันที เวลานี้เจ้าหาแม่ของเจ้าเจอแล้ว เจ้าตั้งใจจะพักอยู่ที่นี่? หรือจะกลับราชวงศ์เฟิ่งหวงก่อน? หากจะกลับไป ข้าจะให้คนไปส่งพวกเจ้าได้”
ได้ยินอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วกล่าว “ข้าอยากรอให้เจอยาก่อนแล้วค่อยไป ไม่เช่นนั้นเดินทางไปๆ มาๆ ระยะทางไกลเช่นนี้ ลำบากไม่น้อย”
“ก็ดี พวกเจ้าอยู่ในเมืองขอเพียงไม่ก่อเรื่องก็จะไม่ถูกกลุ่มอำนาจอื่นเพ่งเล็ง เช่นนั้นพวกเจ้าก็อยู่ที่นี่ไปก่อน หากรู้สึกว่าที่นี่ไม่สะดวก ก็ไปที่ตำหนักรัชทายาทได้”
“วางใจเถิด! ข้าดูแลตัวเองแล้วก็ท่านแม่ได้ อีกอย่าง ข้างกายข้ายังมีเหลิ่งซวงกับพวกตู้ฝานอยู่ด้วย ไม่มีอะไรหรอก ท่านวาง