กประหม่าเล็กน้อย กลัวว่าจะสร้างภาพประทับใจที่ไม่ดี
ทว่า พอได้ยินเฟิ่งจิ่วแนะนำเขาให้ท่านแม่นาง คำว่าผู้ชายของนาง กลับทำให้หัวใจเขาพองโตขึ้นมา รีบก้าวเข้าไปข้างหน้า ประสานมือคารวะทันที
“น้าหรง ข้าชื่อเซวียนหยวนโม่เจ๋อ น้าหรงเรียกข้าว่าโม่เจ๋อก็ได้ ข้ากับเสี่ยวจิ่วเราสองคนรู้จักกันมานานหลายปี ข้าเคยไปตำหนักเฟิ่งพบลุงเซียวกับท่านปู่แล้ว ข้ากับเสี่ยวจิ่วสัญญาจะครองคู่กันแล้ว รอเพียงท่านกลับบ้านแล้วข้าจะรีบไปสู่ขอทันที”
พูดมาถึงตรงนี้ สีหน้าเขาอ่อนโยนลงหลายส่วน ใช่แล้ว ขอเพียงนางกลับถึงบ้าน พวกเขาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน เขาก็จะไปสู่ขอได้แล้ว เมื่อถึงตอนนั้น สู่ขอเฟิ่งจิ่วกลับมา เขาจะได้ตื่นมาเห็นนางทุกวัน
นึกมาถึงตรงนี้ ในใจก็เริ่มคาดหวัง
ซั่งกวนหวั่นหรงได้ยินอย่างนั้นก็อึ้งไปเล็กน้อย ไม่นานก็พูดอย่างปล่อยวาง “ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้เอง” นางหันไปมองเฟิ่งจิ่วที่ยืนยิ้มให้อยู่ข้างๆ แล้วยิ้มบอกว่า “เด็กคนนี้ เหตุใดพูดอะไรไม่พูดให้หมด! ที่แท้ก็เคยพบพ่อกับปู่ของเจ้าแล้ว เช่นนั้นก็ย่อมไม่ธรรมดา ย่อมต้องเป็นคนกันเองอยู่แล้ว”
“ใช่เจ้าค่ะๆ” เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ คลองแขนเซวียนหยวนโม่เจ๋อ แล้วส่งสายตาให้เขา
เซวียนหยวนโม่เจ๋อได้ยินก็ชอบใจ รีบตอบ “ข้าสั่งให้คนต้มโจ๊กแล้ว ข้าไปถามก่อนว่าเสร็จหรือยังจะได้ยกมาให้พวกท่าน เสี่ยวจิ่ว เจ้าอยู่คุยเป็นเพื่อนกับน้าหรงเถิด”
“ได้ ท่านไปเถิด!”
เฟิ่งจิ่วยิ้มรับ เห็นเขาเดิน