จ้าหรือ?”
ได้ยินอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วยิ้มจนตาหยี “ท่านแม่ ท่านรอเดี๋ยว” เธอใส่เสื้อคลุมให้นาง จากนั้นก็ประคองนางลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง แล้ววิ่งออกไปข้างนอก ไม่นาน ก็พาเซวียนหยวนโม่เจ๋อเข้ามา
“ท่านแม่ คนที่ท่านพูดถึงคือคนนี้ใช่หรือไม่?” เธอผลักร่างแข็งทื่อดูไม่เป็นธรรมชาติของเซวียนหยวนโม่เจ๋อไปข้างหน้า
ซั่งกวนหวั่นหรงมองอย่างละเอียด สายตาจับจ้องไปที่ใบหน้าแข็งกร้าวหล่อเหลาของเขา ดูเหมือนไม่ค่อยแน่ใจ “ตอนนั้นเขาสวมหน้ากาก แม่จำไม่ค่อยได้ว่าใช่เขาหรือไม่”
“ท่านแม่ เป็นเขาเจ้าค่ะ เขาชื่อเซวียนหยวนโม่เจ๋อ เป็นผู้ชายของข้าเอง” เฟิ่งจิ่วพูดพร้อมยิ้มตาหยีสายตาเจ้าเล่ห์เหมือนสุนัขจิ้งจอกตัวน้อย พลางตบไหล่ของเซวียนหยวนโม่เจ๋อไปด้วย
เห็นลูกสาวพูดจาเช่นนี้ ซ้ำยังเห็นเธอใกล้ชิดกับชายคนนี้มาก ซั่งกวนหวั่นหรงกระแอมเบาๆ แล้วบอกว่า “เสี่ยวจิ่ว เป็นผู้หญิงไม่ควรพูดจาส่งเดชไปเรื่อย”
ผู้ชายของนางอะไรกัน? เด็กคนนี้เหลวไหลจริงๆ ยังเป็นสาวน้อยอายุสิบหกสิบเจ็ดแท้ๆ กลับพูดจาเช่นนี้ ดูท่า ตอนที่นางไม่อยู่ข้างๆ เฟิ่งเซียวที่เป็นพ่อคงไม่ได้ดูแลนางให้ดีนัก ปล่อยให้ลูกพูดจาเหลวไหลเช่นนี้ ไม่กลัวเสียชื่อเสียงบ้างเลย
เดิมทีเซวียนหยวนโม่เจ๋อยังรู้สึกประดักประเดิดอยู่บ้าง ด้วยเหตุนี้ ร่างกายจึงแข็งทื่อเล็กน้อย ท่านพ่อตาเขาเคยเจอแล้ว แล้วก็สนิทสนมกันแล้วด้วย แต่ท่านแม่ยายกลับเพิ่งเคยเจอครั้งแรก ด้วยเหตุนี้ในใจจึงรู้สึ