กหมดสติมากนัก
เวลานี้ได้ยินเสียงชายคนหนึ่ง จึงพยายามเงยหน้ามอง กลับเห็นเพียงชายเสื้อคลุมสีดำของคนผู้นั้น รวมถึงใบหน้าที่สวมหน้ากากของเขา
“นายท่านยังอยู่ข้างใน นางให้ข้าพาท่านแม่ของนางออกมาก่อน ท่านเจ้าตำหนัก คนพวกนั้นรังแกคนด้วยคนหมู่มาก เหมือนจะเปิดค่ายกลใหญ่ปกป้องสำนักเพื่อไม่ให้นายท่านหนีด้วย ท่านเจ้าตำหนัก ท่านรีบไปช่วยนายท่านเร็ว ข้ากลัวว่านางจะทนไม่ไหว”
อสูรกลืนเมฆาละล่ำละลักบอก ไม่นึกเลยว่าจะได้เจอเขาที่นี่ มันรู้แค่ว่าข้างนอกมีพวกเหลิ่งซวงรอรับช่วงต่ออยู่ นั่นเป็นข่าวที่ส่งไปตั้งแต่แรกแล้ว มันรู้นานแล้วว่าพวกเหลิ่งซวงจะรอรับช่วงต่ออยู่ข้างนอก แต่การมาถึงของท่านเจ้าตำหนัก กลับเหนือความคาดหมายของมัน เดาว่าแม้แต่นายท่านก็คงนึกไม่ถึงกระมัง!
เซวียนหยวนโม่เจ๋อได้ยินอย่างนั้น กลิ่นอายรอบกายพลันมืดดำ กลิ่นอายเย็นเยียบกระจายออกจากตัวเขา ทำให้ป่าทั้งแถบถูกปกคลุมไปด้วยแรงกดดันขุมหนึ่ง
เขาก้าวเข้ามา มองดูซั่งกวนหวั่นหรงที่บาดเจ็บไปทั้งตัวบนหลังอสูรกลืนเมฆา ครั้นเห็นบาดแผลทั่วตัวของนาง แววมืดมนพาดผ่านดวงตาเขา ขนาดนางยังบาดเจ็บถึงเพียงนี้ เช่นนั้นเฟิ่งจิ่วเล่า…
“พวกเหลิ่งซวงอยู่ข้างหน้า พวกเจ้าไปเถิด! ส่งตัวนางออกไปก่อน นายท่านของเจ้าปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้า” เสียงทุ้มต่ำน่าดึงดูดเปล่งออกจากปากของเซวียนหยวนโม่เจ๋อ หลังจากกำชับ ก็เหาะเข้าไปข้างใน มุ่งหน้าไปยังสำนักโอสถตะวันที่เฟิ่งจิ่วอย