ู่อย่างรวดเร็ว
ครั้นเห็นว่ามีท่านเจ้าตำหนักไปช่วยแล้ว อารมณ์อันตึงเครียดของอสูรกลืนเมฆาคลายลง ขณะกำลังจะเหาะไปข้างหน้า ก็ได้ยินเสียงไก่ร้อง
“กุ๊กๆๆ! กุ๊กๆๆ!”
มันหันไปมอง เห็นไก่ขนสีเขียวตัวหนึ่งใช้กรงเล็บเขี่ยดินบนพื้น แล้วเอาตัวหย่อนลงไปในหลุมที่ขุดออกมา มันได้แต่มองแล้วมุมปากกระตุก
เหลือบมองไก่ขนเขียวตัวนั้นแวบหนึ่งก็กระโดดมุ่งหน้าไปข้างหน้า
ขณะเดียวกัน ภายในสำนัก เฟิ่งจิ่วกำลังต่อสู้กับคนหลายคน แม้ว่าจะกินยาเพิ่มพลังแล้ว แต่การเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งอย่างนี้ แม้มีใจแต่ไม่มีกำลัง ยิ่งไปกว่านั้น คนพวกนี้ตั้งใจจะเอาชีวิตเธอ จึงจู่โจมรุนแรงทุกกระบวนท่า มุ่งสังหารทุกย่างก้าว หากไม่ระวังตัวแม้เพียงนิดเดียวก็อาจตกอยู่ในอันตรายได้
เดิมทีเธอที่ยังเหลือทางเลือกคิดว่า ไม่อยากสังหารคนพวกนี้ที่ไม่มีความแค้นต่อกัน แต่ดูจากสถานการณ์ตรงหน้า หากอยากมีชีวิตรอด ก็คงต้องฆ่าพวกเขาให้หมดแล้ว!
“พวกเจ้าบังคับข้าเองนะ!”
หลังจากหลบหลีกการโจมตีครั้งหนึ่งเงาร่างของเธอถอยหลังอย่างรวดเร็ว ชุดสีแดงพลิ้วไสว เส้นผมสีหมึกลอยสยาย เธอถือกระบี่คมพยับขับเคลื่อนกลิ่นอายพลังวิญญาณของตนเอง กระตุ้นเปลวเพลิงในร่างแล้วถ่ายเทใส่กระบี่คมพยับ
เสียงพรึ่บดังขึ้น เปลวเพลิงร้อนแรงพลันลุกท่วม กระบี่คมพยับที่เดิมทีก็ส่องประกายแสงสีเขียวอยู่แล้วยามนี้ยิ่งเหมือนมังกรพิโรธ พลังกระบี่อันดุดันแข็งแกร่งและเปลวเพลิงตอบรับกันและ