ับการไหว้วานจากเหล่าลูกศิษย์ของท่านเจ้าเขา? พวกเขาคิดจะทำอะไรกันแน่? เหตุใดจึงมาก่อกวนไม่หยุดหย่อนสักที?
“พวกข้ามาหาเจ้าเขาของพวกเจ้าเพราะมีเรื่องจะหารือด้วย พวกเจ้าจงถอยไป เขาไม่ตำหนิพวกเจ้าหรอก” เจ้าเขาคนหนึ่งโบกมือแล้วกล่าว
“แต่ว่า…” ผู้ฝึกตนระดับกำเนิดวิญญาณสองคนนั้นขมวดคิ้วอย่างลังเล
“ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น มีเรื่องอะไรพวกข้าจะรับผิดชอบเอง” ชายอีกคนพูด แล้วสาวเท้ายาวๆ เดินเข้าไปข้างใน แต่ในตอนนี้เอง เสียงของหรวนจ่างชุนดังมาจากข้างหลัง
“อ้าว? ท่านเจ้าเขาทั้งหลาย? พวกท่านมาได้อย่างไรกัน? นี่มาหาท่านอาจารย์ของพวกข้าหรือขอรับ? แต่ท่านอาจารย์ของพวกข้าจะหลอมยา ไม่ยอมพบใครทั้งนั้น”
หรวนจ่างชุนเดินมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขาอย่างระแวดระวัง พลางพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “ทุกท่าน เชิญทุกท่านกลับไปเถิดขอรับ! ห้ามเข้าไปรบกวนการหลอมยาของท่านอาจารย์ข้าเด็ดขาด”
เจ้าเขาหนึ่งในกลุ่มเห็นหรวนจ่างชุน ก็อดเลิกคิ้วไม่ได้ “ไหนว่าเจ้าดื่มสุราจนเมาแล้วไม่ใช่หรือ? เหตุใดจึงสร่างเมาเร็วนัก?”
“ฮ่าๆ ศิษย์น้องทั้งสองของข้าให้ข้ากินยาสร่างเมาน่ะขอรับ ได้ยินว่าท่านเจ้าเขาทั้งหลายมาเยือน ข้าจึงรีบมาดูนี่อย่างไรขอรับ? ท่านอาจารย์ของพวกข้ากำชับไว้แล้ว ไม่ว่าผู้ใดมาก็จะไม่พบ ฉะนั้นไม่ว่าผู้ใดก็พบเขาไม่ได้ขอรับ” เขายิ้มแห้งๆ ไม่ยอมให้พวกเขาเข้าไป
“งั้นหรือ? แต่พวกข้ามีเรื่องสำคัญมากจะหารือกับอาจารย์ของพวกเจ้า อย่างไรก็ต