ีใจ ดีใจที่ข้าเห็นความสำคัญของเจ้า โอกาสเช่นนี้ ไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีได้ เจ้าวางใจ หลังเจ้าตาย ข้าจะดูแลตระกูลเจ้าแทนเจ้าเอง เสียสละเจ้าชีวิตเดียวแลกกับเกียรติยศของคนทั้งตระกูล ข้าว่าพวกเขาคงจะดีใจมาก”
“ท่านมันบ้าไปแล้ว!”
ซั่งกวนหวั่นหรงจ้องเขา แล้วสบถออกมา ใช่ เขาบ้าไปแล้ว ในสายตาของนาง เขาบ้าไปแล้วจริงๆ เขาคิดแค่อยากจะต่ออายุให้ตนเอง จนไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น แม้ต้องเสียสละชีวิตผู้อื่นก็ตาม เพราะสำหรับเขา ไม่มีชีวิตใดสำคัญเท่าชีวิตเขาอีกแล้ว
เขากลัวตาย เพราะอย่างนี้จึงคิดหาวิธีและโอกาสที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป หาวิธีที่จะต่ออายุขัยให้ตนเอง หาโอกาสที่จะทำให้ตนเองกลายเป็นอมตะ เขากระทั่งลืมไปแล้วว่าตนเองเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุ ลืมไปแล้วว่าตนเองเป็นถึงอาจารย์ ลืมคุณธรรมที่ตนเองควรมี
เขาแค่อยากมีชีวิตอยู่ แค่อยากให้ตัวเองอยู่รอด คนอย่างนี้ ไม่บ้าแล้วเรียกว่าอะไรเล่า?
“ฟิ้ว!”
“เพี๊ยะ!”
แส้ที่เคลือบน้ำยาตวัดออกมา หลังจากสิ้นเสียงด่าของนาง เสียงแหวกอากาศดังฟิ้ว มาพร้อมกับเสียงกระแสอากาศอันดุดัน กระทบร่างนางดังเพี๊ยะ ทำให้นางต้องหลุดร้องออกมาอย่างทนไม่ได้
“โอ๊ย!”
บนชุดกระโปรงสีขาว รอยแส้เส้นหนึ่งถูกฟาดเป็นทางยาวตั้งแต่หัวไหล่ลงมาบนตัวนาง ชุดกระโปรงสีขาวถูกแส้ฟาดจนฉีกขาด เลือดสีแดงสดไหลซึมบนเสื้อ ดูน่าสยดสยอง
กลิ่นยาฉุนๆ กระจายกลางอากาศพร้อมกับแส้เส้นนั้นที่ฟาดลงมา โดยเฉพาะแส้ที่ฟาดลงบนตัวซั่งกวนหวั่นห