รงครั้งนั้น น้ำยาที่เคลือบอยู่เหมือนจะแทรกซึมเข้าไปในร่างกายผ่านบาดแผลเส้นนั้น
“ซี๊ด! โอ๊ย!”
นางทั้งเจ็บและปวดที่แผล แล้วยังมีความรู้สึกแสบร้อนปนด้วย เพียงแส้เดียว ร่างกายของนางก็ดูเหมือนจะมีอาการผิดปกติเหมือนมีบางอย่างเกิดขึ้นกับร่างกายของนาง
“เป็นอย่างไรบ้าง? ยานี้ไม่เลวใช่ไหม? นี่เป็นตัวนำยาที่จะช่วยเร่งยาที่อยู่ในตัวเจ้า เจ้าคงไม่รู้กระมัง? ข้าใส่ยาไว้ในตัวเจ้านานแล้ว เพียงแต่ผนึกมันไว้ที่แขนข้างนี้ของเจ้าเท่านั้น ยาจึงไม่ออกฤทธิ์ ด้วยเหตุนี้ ด้วยความสามารถของเจ้า เจ้าจึงไม่รู้ตัวเลยสักนิด”
ซานหยางจื่อหัวเราะ แล้วสะบัดแส้ลงไปแช่ในน้ำยาอีกครั้ง ไม่นานก็หยิบมันขึ้นมาอีก จ้องหน้าซั่งกวนหวั่นหรงแล้วพูดอย่างมั่นใจว่า “อย่าว่าแต่เจ้าเลย แม้จะเป็นศิษย์พี่ใหญ่ต้วนมู่ไป๋ของเจ้า ก็ไม่มีทางพบความผิดปกติอันใดแน่”
“ฟิ้ว!”
“เพียะ!”
“โอ๊ย!”
ซั่งกวนหวั่นหรงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดอีกครั้ง ความเจ็บปวดแบบนั้นยากจะทานทนได้จริงๆ แผลเดิมถูกแส้เส้นนั้นฟาดจนฉีก ผิวหนังฉีกขาดเลือดไหลซึม น้ำยาบนแส้เส้นนั้นซึมเข้าสู่ร่างกาย ความรู้สึกปวดแสบปวดร้อนราวกับถูกเหล็กร้อนนาบลงมาบนแผลของนางก็ไม่ปาน
ความเจ็บปวดราวกับถูกควักเนื้อหนัง ทำให้นางทนไม่ไหวจนใบหน้าซีดขาว นางทิ้งตัวลงไปราวกับสูญสิ้นซึ่งเรี่ยวแรงทั้งหมด ปล่อยร่างกายให้ห้อยอยู่ใต้โซ่เหล็กที่พันธการมือทั้งสองข้างของนางไว้
………………………………….