ระดับกำเนิดวิญญาณยังไม่มั่นคง อีกทั้งยังถูกบีบไหล่ไว้ และถูกแรงกดดันของผู้แข็งแกร่งระดับเซียนเหินข่มไว้ ด้วยพละกำลังของนางไม่มีทางโต้ตอบได้เลย ทำได้เพียงปล่อยให้เขาลากไป
“หุบปาก! เงียบหน่อย!”
ซานหยางจื่อเห็นนางเอาแต่ร้องโวยวายและดิ้นรนขัดขืน จึงเงื้อมือคิดจะตีนางให้สลบ แต่ในตอนนั้นเอง จู่ๆ เขาก็รู้สึกเย็นสันหลังวาบ ฝ่ามือที่เดิมทีตั้งใจจะฟาดลงกลางศีรษะของซั่งกวนหวั่นหรงพลันพลิกหมุน แล้วตวัดไปข้างหลัง
“บึ้ม!”
กระแสอากาศที่ถูกปล่อยออกจากฝ่ามือนั้นฟาดลงบนพื้นดิน เกิดเป็นเสียงดังสนั่น เศษดินกระจาย ขณะเดียวกัน เสียงคำรามของสัตว์ร้ายก็ดังตามมา เลื่อนลั่นสะเทือนแก้วหู ก้องสะท้อนไปทั้งผืนป่า
“กรรซ์!”
อสูรกลืนเมฆาที่กลายร่างเป็นร่างเดิมแยกเขี้ยวคำรามเสียงดัง ดวงตากระหายเลือดจับจ้องไปที่ซานหยางจื่อ กรงเล็บแหลมคมกางออก กลิ่นอายของสัตว์เทวะอันแข็งแกร่งหมุนเวียนทั่วร่าง
“สัตว์เทวะ!”
ตอนที่ซานหยางจื่อเห็นเจ้ากลืนเมฆา ก็อดร้องเสียงหลงด้วยความตกตะลึงไม่ได้ “เหตุใดที่นี่จึงมีสัตว์เทวะด้วย?” เมื่อเพ่งมองดีๆ สัตว์เทวะตัวนี้เคยผ่านการผูกพันธะสัญญากับมนุษย์มาแล้ว จึงพยายามควบคุมสติแล้วตวาดเสียงเข้ม “เจ้านายของเจ้าเป็นใคร? เจ้าคิดจะทำอะไร?”
“ปล่อยนางเสีย ไม่เช่นนั้น ข้าจะฉีกเจ้าเป็นชิ้นๆ!”
อสูรกลืนเมฆาบอก น้ำเสียงแฝงไว้ด้วยความกระหายเลือดและเหี้ยมโหด ชวนให้รู้สึกอกสั่นขวัญแขวน โดยเฉพาะแรงกดดันของสัตว์เท