วะรอบกายมัน ยิ่งกระจายปกคลุมไปทั่วพื้นที่บริเวณนี้ จนกลายเป็นกระแสอากาศขุมหนึ่ง
ตอนแรก ซั่งกวนหวั่นหรงยังตกใจกับสัตว์เทวะตัวนี้ที่จู่ๆ ก็โผล่ออกมา นึกไม่ถึงกลับได้ยินมันพูดอย่างนั้น ในใจลอบสงสัย หรือว่านี่จะเป็นสัตว์เทวะของลูกสาวนาง? ลูกสาวนางสั่งให้สัตว์เทวะเฝ้าอยู่ข้างนอกด้วยงั้นหรือ?
นึกมาถึงตรงนี้ หัวใจของนางพลันบีบรัด นางคงไม่ได้ทำลายจุดลมปราณแล้วตามมาหรอกนะ?
ขณะเดียวกัน ซานหยางจื่อได้ยินคำพูดของอสูรกลืนเมฆา ดวงตาหรี่เล็กสายตาคมปลาบ “ใครส่งเจ้ามา?” สิ้นเสียง ฝ่ามือลมกลายเป็นดาบลมฟาดฟันไปทางอสูรกลืนเมฆา พร้อมกับจับตัวซั่งกวนหวั่นหรงโฉบถอยหลัง
หากเขาจะพานางกลับไป มีเพียงต้องขึ้นจากหลังเขา ไม่เช่นนั้นจะต้องถูกคนที่อยู่ข้างหน้ามองเห็นแน่
“กรรซ์! อย่าคิดหนีเชียว!” อสูรกลืนเมฆาคำราม ขณะหลบการโจมตีของเขา ก็รีบสาวเท้าวิ่งตามไป
ซานหยางจื่อเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุอยู่แล้ว แม้จะไม่ได้ละเลยการฝึกบำเพ็ญ แต่พลังต่อสู้เทียบไม่ได้กับผู้แข็งแกร่งระดับเซียนเหินที่แท้จริง หลังจากหลบหลีกครั้งหนึ่ง ความเร็วของเขาก็ลดลงเรื่อยๆ บนตัวเขาถูกข่วนเป็นรอยแผลหลายรอย
“ซี๊ด!”
เสื้อถูกข่วนจนขาด รอยแผลหลายรอยมีเลือดไหลซึม ฝีเท้าซวนเซสภาพเริ่มดูไม่ได้ เพราะเขาปล่อยซั่งกวนหวั่นหรงไม่ได้ หากปล่อยเมื่อใดนางต้องหนีไปแน่ หากไม่ใช่เพราะต้องพาซั่งกวนหวั่นหรงไปด้วย เขาก็คงไม่ถูกบีบคั้นจนมีสภาพเช่นนี้
“กรรซ์!” อสูรกลืนเมฆ