ข้ากำลังจะออกเดินทางเลยเจ้าค่ะ” นางพยักหน้า
“พวกข้าไปส่งเจ้าออกจากสำนักก็แล้วกัน!” ต้วนมู่ไป๋บอก แล้วผายมือทำท่าเชิญ
ซั่งกวนหวั่นหรงยิ้มๆ แล้วเดินไปทางประตูใหญ่ของสำนักพร้อมกับพวกเขา ระหว่างทางก็พูดคุยสัพเพเหระเป็นระยะ ยามรู้จากปากพวกเขาว่าซานหยางจื่อเก็บตัวฝึกหลอมยา นางก็เพียงยิ้มๆ
พวกเขาส่งนางออกจากสำนัก แล้วถึงชะงักฝีเท้า “ศิษย์น้อง เจ้าอยู่ข้างนอกคนเดียว จะต้องระวังตัวให้มากๆ ด้วยเล่า”
“ข้ารู้แล้วเจ้าค่ะ” ซั่งกวนหวั่นหรงตอบ แล้วคารวะให้พวกเขา “ขอบคุณศิษย์พี่ทุกท่านที่มาส่ง นี่ก็สายแล้ว ข้าขอตัวออกเดินทางก่อนนะเจ้าคะ”
“ระวังตัวด้วย”
“ระวังตัวด้วยนะ ศิษย์น้อง”
“รักษาตัวด้วย”
พวกเขาร่ำลากัน แล้วมองส่งนางจากไป กระทั่งประตูสำนักปิดลงอีกครั้ง พวกเขาสามสี่คนมองหน้ากัน แล้วแยกย้ายกันกลับไป
ต้วนมู่ไป๋ไม่ได้กลับไปที่ยอดเขาชั้นแปดทันที แต่เขาไปยังที่พักของพวกศิษย์ชั้นล่าง เขานึกถึงคำขอร้องของซั่งกวนหวั่นหรง จึงตั้งใจจะโยกย้ายศิษย์ชั้นล่างคนนั้นมาอยู่ข้างกายเขา จะได้ดูแลสะดวก
ขณะเดียวกัน ในถ้ำของซั่งกวนหวั่นหรง เฟิ่งจิ่วนอนนิ่งอยู่บนเตียงขยับตัวไม่ได้ แต่กลับพยายามขับเคลื่อนกลิ่นอายพลังวิญญาณในร่างกายเพื่อทำลายการสกัดจุดลมปราณนั่น
ปล่อยให้ท่านแม่ของเธอไปตามลำพังอันตรายเกินไปแล้ว ซานหยางจื่อผู้นั้นไม่มีทางปล่อยโอกาสอย่างนี้หลุดมือไปแน่ เธอกระทั่งแน่ใจว่าเขาจะต้องรอท่านแม่ของเธออยู่นอกประตูส