ำนักแน่นอน
กลิ่นอายพลังวิญญาณในร่างกายเริ่มถูกขับเคลื่อน เพราะการจากไปของท่านแม่ เธอจึงรู้สึกไม่สบายใจ ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง? แต่โชคดีที่เธอวางแผนไว้นานแล้ว
นึกถึงตรงนี้ หัวใจที่ร้อนรนก็ค่อยๆ ผ่อนคลายลง และตั้งสมาธิทำลายการสกัดจุดลมปราณ
ขณะเดียวกัน นอกสำนัก ซั่งกวนหวั่นหรงกำลังเดินลงจากเขาช้าๆ ข้างหลังไร้คน แต่นางกลับรู้สึกเหมือนมีดวงตาคู่หนึ่งกำลังจ้องนางอยู่ คล้ายพร้อมจะจู่โจมนางทุกเมื่อ
ความรู้สึกเช่นนั้นทำให้ร่างกายของนางแข็งทื่อ และขนลุกเล็กน้อย
เดินลงไปด้านล่างเขา เสียงสายลมพัดผ่านดังสวบสาบออกมาจากในป่า ฟังคล้ายเสียงคนเดินเหยียบใบไม้ นางตั้งสมาธิและระแวดระวัง แต่ระหว่างทางเดินลงจากเขา กลับไม่มีเรื่องใดเกิดขึ้นเลย
หรือว่านางคิดไปเอง? นางระแวงมากไปเองงั้นหรือ?
นางครุ่นคิดในใจ ขอเพียงออกจากที่นี่ก็จะพ้นเขตห้ามบินแล้ว เมื่อถึงตอนนั้นนางก็จะขี่กระบี่บินไปจากที่นี่ได้แล้ว ขอแค่ไปจากที่นี่ ซานหยางจื่ออยากตามหานางก็คงไม่ใช่เรื่องง่ายแล้ว
ขณะกำลังคิด นางก็เร่งฝีเท้าเดินลงไปข้างล่าง ฝีเท้ายิ่งอยู่ยิ่งเร็ว จนกระทั่งสุดท้าย แทบจะกลายเป็นวิ่งแล้ว แต่ในขณะที่นางกำลังจะออกจากเขตห้ามบิน เสียงอันคุ้นเคยเสียงหนึ่งก็พลันดังมาจากข้างหลัง
“หวั่นหรง”
นางแข็งทื่อไปทั้งตัว รีบหันตัวกลับมาด้วยความตกใจ เห็นซานหยางจื่อในชุดคลุมสีเทากำลังยืนมองนางจากที่ไม่ไกล เห็นอย่างนั้น นางฝืนใจเย็น พยายามสงบคล