้อง ครั้งนี้เจ้าออกไปแล้วก็อย่ากลับมาอีกเลย”
ซั่งกวนหวั่นหรงยิ้มอย่างอ่อนโยน “ศิษย์พี่ใหญ่วางใจ ข้ารู้ว่าควรทำอย่างไร” พูดเสร็จก็เงียบไปครู่หนึ่ง นางมองเขา แล้วพูดเบาๆ ว่า “ ข้าอยากขอร้องศิษย์พี่ใหญ่สักเรื่องหนึ่ง”
ได้ยินอย่างนี้ ต้วนมู่ไป๋ประหลาดใจเล็กน้อย เพราะนางไม่เคยเอ่ยปากขอร้องหรือไหว้วานอะไรเขาเลย เรื่องใดกันแน่ที่ทำให้นางถึงกับเอ่ยปากเช่นนี้ได้?
“เจ้าว่ามา ขอเพียงเป็นเรื่องที่ศิษย์พี่ทำได้ ศิษย์พี่ไม่มีทางปฏิเสธแน่”
ซั่งกวนหวั่นหรงพยักหน้า “ข้าอยากขอให้ศิษย์พี่ใหญ่ดูแลเฟิ่งจิ่วสักหน่อย หากศิษย์พี่ใหญ่ดูแลเขาไม่ได้ ก็ให้เขากลับบ้านไปเถิดเจ้าค่ะ!”
อยู่ที่นี่ มีเรื่องเดียวที่ทำให้นางไม่วางใจ นั่นก็คือลูกสาวของนาง หากเกิดอะไรขึ้นกับนาง ก็กลัวว่าลูกสาวของนางจะวู่วามทำอะไร ซานหยางจื่อเป็นถึงผู้แข็งแกร่งระดับเซียนเหิน ไม่ว่านางจะแข็งแกร่งอีกแค่ไหน ก็เกรงว่าจะสู้เขาไม่ได้
ได้ยินอย่างนั้น ต้วนมู่ไป๋ประหลาดใจ อดไม่ได้ที่จะถามว่า “ศิษย์น้อง เฟิ่งจิ่วผู้นี้เกี่ยวข้องอย่างไรกับเจ้ากันแน่? ตั้งแต่กลับมาจากดินแดนลับ ข้าก็รู้สึกว่าระหว่างพวกเจ้า…”
“ศิษย์พี่ใหญ่ เรื่องนี้ท่านได้โปรดอย่าถามอีกเลย หากภายหน้ามีโอกาส ข้าจะบอกท่านเอง แต่ไม่ใช่ตอนนี้เจ้าค่ะ”
เห็นอย่างนั้น ต้วนมู่ไป๋พยักหน้า “ข้ารู้แล้ว เจ้าวางใจเถิด! ข้าจะดูแลเขาอย่างดีเอง หากเขาไม่อยากอยู่ในสำนักแล้ว ข้าจะให้เขากลับบ้าน”
“ขอบคุ