?”
ไม่เพียงพวกเขาที่กำลังมองเขาอยู่ แม้แต่บรรดาศิษย์ที่อยู่รอบๆ ต่างก็กำลังมองซานหยางจื่อด้วย รู้สึกเหมือนท่าทางเขาแปลกๆ
ซานหยางจื่อเก็บงำความคิด มองพวกเขาแวบหนึ่ง แล้วตอบว่า “ไม่มีอะไร” เขามองไปที่ถ้ำ แล้วถามว่า “ศิษย์น้องของพวกเจ้าน่าจะหมดช่วงเก็บตัวแล้ว”
“ขอรับ นึกไม่ถึงจริงๆ ว่าศิษย์น้องใช้เวลาเพียงสามเดือนก็ทะลวงขั้นเป็นผู้ฝึกตนระดับกำเนิดวิญญาณได้แล้ว ศิษย์น้องช่างมีพรสวรรค์ยิ่งนัก”
ได้ยินอย่างนั้น ซานหยางจื่อลูบหนวดแล้วยิ้ม คล้ายเบิกบานใจมาก
“ท่านปรมาจารย์ขอรับ เจ้าเขาจากยอดเขาอื่นส่งศิษย์มา ยามนี้กำลังรอท่านอยู่ที่ยอดเขาชั้นเก้าขอรับ” ศิษย์คนหนึ่งเข้ามารายงานด้วยท่าทางเร่งรีบ
ได้ยินอย่างนั้น ซานหยางจื่อชะงักเล็กน้อย จากนั้นก็พยักหน้า “อืม ข้ารู้แล้ว” สิ้นเสียง ก็หันไปกำชับพวกต้วนมู่ไป๋ “พวกเจ้ารออยู่ที่นี่ก็แล้วกัน! รอศิษย์น้องของพวกเจ้าออกจากการเก็บตัวเมื่อใด ให้ขึ้นไปที่ยอดเขาชั้นเก้าด้วยกัน ข้ามีเรื่องจะมอบหมายให้พวกเจ้าไปทำ”
“ขอรับ” พวกต้วนมู่ไป๋รับคำ มองดูเขาเดินฝ่าฝูงชนออกไป ก่อนไป เขาหยุดเดินครู่หนึ่งแล้วกวาดมองรอบๆ ก่อนจะเดินจากไป
เห็นภาพนั้น ต้วนมู่ไป๋เองก็มองรอบๆ ด้วยความสงสัย ลอบคิดในใจ ท่านอาจารย์กำลังมองหาอะไร? รอบๆ นี้มีอะไรอยู่กัน?
เฟิ่งจิ่วที่อยู่บนต้นไม้ใหญ่ ยามนี้กำลังเอนตัวนั่ง สายตาจับจ้องไปยังซานหยางจื่อที่กำลังเดินออกไป กระทั่งเงาร่างของเขาหายลับไป จึง