ธรรมของเฉินเต้า ยามนี้ต้องพบกับจุดจบเช่นนี้ แม้เขาจะช่วยอะไรไม่ได้ แต่กลับยังช่วยออกแรงดูแลเขาได้บ้าง
หลายวันต่อมาช่วงเช้ามืด คนในตระกูลสามสี่คนเดินตามหลังผู้อาวุโสสูงสุดมายังหน้าถ้ำของเฉินเต้า ยังไม่ทันเข้าไป ก็เห็นลั่วเหิงเดินออกมารับหน้าก่อน
“ท่านอาวุโสสูงสุดเองหรือขอรับ! คารวะท่านผู้อาวุโสสูงสุด ท่านมาเยี่ยมศิษย์พี่เฉินหรือขอรับ?” ลั่วเหิงถามด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“ข้าพาคนมารับเขากลับตระกูล” ผู้อาวุโสสูงสุดเหล่มองลั่วเหิงแวบหนึ่งแล้วตอบ ก่อนจะถามต่อว่า “เหตุใดเจ้ายังอยู่ที่นี่อีก?”
“อ้อ คืออย่างนี้ขอรับ แต่ก่อนศิษย์พี่เฉินช่วยเหลือข้าไว้มาก ข้าคิดว่ายามนี้ศิษย์พี่เฉินเคลื่อนไหวไม่สะดวก จึงมาดูแลสักช่วงหนึ่ง” ขณะตอบ เขาหยุดพูดไปครู่หนึ่ง แล้วบอกว่า “ผู้อาวุโสสูงสุด ยังมีเรื่องหนึ่งที่ศิษย์พี่เฉินให้ข้ามาบอกต่อท่านขอรับ”
“หืม? มีเรื่องใด?” เขาตวัดมองลั่วเหิง
“คืออย่างนี้ขอรับ ศิษย์พี่เฉินบอกว่าอยากอยู่ที่นี่ต่ออีกสองสามเดือนแล้วค่อยกลับไป ถึงอย่างไรเขาอยู่ที่นี่มานานจนเกิดความรู้สึกผูกพันแล้ว จู่ๆ จะให้จากไปจึงทำใจไม่ได้ ฉะนั้น…”
ยังพูดไม่ทันจบก็ถูกตัดบทเสียแล้ว
“คนก็กลายเป็นเช่นนั้นแล้วยังอยากจะอยู่ที่นี่ต่อ? นี่ไม่ใช่อยู่ต่อให้คนอื่นหัวเราะเยาะหรอกหรือ? เพ้อเจ้อสิ้นดี! เฉินเต้าบาดเจ็บที่กระดูกสันหลังส่วนเอวมิใช่หรือ หรือสมองเขาก็กระทบกระเทือนไปด้วยแล้ว?” ผู้อาวุโสสูงสุดตวาดอย่างไม่