้าพราย กระดูกก็สมานตัวได้เร็วขึ้นหน่อย” เธอยิ้มๆ แม้เธอจะสามารถใช้พลังชีวิตทำให้บาดแผลของเฉินเต้าหายดีอย่างรวดเร็ว แต่หากทำเช่นนั้นจะต้องก่อให้เกิดความสงสัยเป็นแน่ เธอจึงทำได้เพียงเลื่อนเวลาออกไปก่อนสักสามสี่วันแล้วค่อยตัดไหม จากนั้นก็ทายาให้เขา
ลั่วเหิงถูกความหนาวปลุกให้ตื่น เขาที่นอนอยู่บนพื้นต้องตื่นเพราะความหนาว พอกระเด้งตัวขึ้นมาก็เห็นเฟิ่งจิ่วกำลังง่วนอยู่กับการทำยาอยู่ที่โต๊ะ จึงเข้าไปถาม “เจ้าทำอะไรอยู่น่ะ?”
“ตื่นแล้วหรือ?” เธอมองเขาแวบหนึ่ง บอกว่า “พอดีเลย มานี่หน่อย ข้ามีอะไรจะบอกท่าน”
“อ้อ” เขารับคำ แล้วเดินไปหาโดยจิตใต้สำนึก พอเดินมาหยุดยืนข้างกายเฟิ่งจิ่ว สีหน้าเขาก็ดูแปลกๆ ขึ้นมา เหตุใดเขาถึงได้ว่าง่ายถึงเพียงนี้?
“นี่เป็นยาขี้ผึ้ง สามวันผ่านไปข้าจะมาตัดไหมให้เขา แล้วถึงจะใช้ยาขี้ผึ้งประคบให้ศิษย์พี่เฉินได้ ตอนนี้แผลยังไม่สมาน ทำได้เพียงทายาแก้อักเสบไปก่อน นอกจากนี้ ในสามวันนี้ต้องให้ศิษย์พี่เฉินดื่มยานี่วันละหนึ่งขวด เรื่องนี้มอบหมายให้ท่านรับผิดชอบ สองสามวันนี้ข้ามีเรื่องต้องไปทำ อาจจะไม่มีเวลามาหา”
เฟิ่งจิ่วกำชับ พลางยื่นยาให้เขา แล้วบอกว่า “อีกอย่าง เพื่อป้องกันไม่ให้เขาคลุ้มคลั่ง ข้าป้อนยาให้เขา หลายวันนี้เขาจะอยู่ในภาวะหลับใหล ฉะนั้นยาบำรุงกำลังตัวนี้ก็ต้องให้เขากินด้วย”
………………………………….