เจ้าจะช่วยข้าได้อย่างไร? เฟิ่งจิ่ว อย่าเสียเวลาอีกเลย ไม่มีประโยชน์หรอก”
“ไม่ลองดูจะรู้ได้อย่างไรว่าไม่มีประโยชน์? ชีวิตคนเรามีเรื่องราวมากมายที่ต้องลองถึงจะรู้ แม้คนอื่นจะบอกท่านว่าไม่มีประโยชน์ แม้คนอื่นจะดับไฟแห่งความหวังของท่านให้มอดดับ แต่ตัวท่านเองไม่ควรทำให้ไฟแห่งความหวังในใจท่านมอดดับเสียเอง”
ได้ยินประโยคนี้ เฉินเต้ามองเขาอย่างเหม่อลอย “ข้ายังมีความหวังได้อีกหรือ? เจ้าไม่รู้หรอก ศิษย์ในยอดเขาเดียวกัน ศิษย์ที่เคยเรียกข้าว่าศิษย์พี่ ข้าช่วยชีวิตเขา แต่เขากลับผลักข้าไปสู่ความตาย…
ธรรมชาติของมนุษย์มักเห็นแก่ตัวข้าเข้าใจ แต่ข้าไม่เคยคิดเลย คนที่ข้าเคยช่วยชีวิตไว้ ไม่สู้เคียงข้างข้าในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตาย แต่กลับผลักข้าไปสู่ความตาย ฮ่าๆๆๆ… ข้ามันสมควรแล้ว! ข้าสมควรแล้ว! ข้าช่วยคนที่ไม่ควรช่วย ข้ารนหาที่เอง!”
เห็นเขาตะโกนเสียงดังด้วยอารมณ์อันพลุ่งพล่าน เดี๋ยวร้องไห้เดี๋ยวหัวเราะเหมือนคนใกล้คลั่ง เฟิ่งจิ่วเดินเข้าไปปลอบเขา “ศิษย์พี่เฉิน ท่านไม่ได้ทำอะไรผิด ความผิดไม่ได้อยู่ที่ท่าน สวรรค์ก็จะไม่ปล่อยให้ท่านนอนติดเตียงลุกไม่ขึ้นแน่นอน”
“ออกไป! ออกไป! ไสหัวไป!”
เขาตะโกนเสียงดัง น้ำตาไหลออกจากหางตา เขาพยายามผลักเฟิ่งจิ่วออกไป แต่ไม่นาน คนที่กำลังตะโกนอย่างเอาเป็นเอาตายก็เงียบลง และเข้าสู่ห้วงหลับใหล
“พักผ่อนเถิด! ที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเอง”
เฟิ่งจิ่วเก็บเข็มเงินกลับมา