่งได้ยินเสียงของต้วนมู่ไป๋ดังมา นางจึงเพิ่งได้สติ
“ศิษย์น้อง เจ้าไม่เป็นไรใช่หรือไม่?” ต้วนมู่ไป๋เดินเข้ามา เห็นสีหน้านางเหม่อลอยไร้สติ ก็อดเป็นห่วงไม่ได้
“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้าไปพบท่านอาจารย์มา จะเป็นอะไรได้เล่าเจ้าคะ?” นางเงยหน้าขึ้น ส่ายหน้าแล้วยิ้มตอบ “ศิษย์พี่ใหญ่ ข้ากลับก่อนนะเจ้าคะ” ขณะกล่าว ก็เดินผ่านเขาแล้วมุ่งหน้าไปที่ถ้ำของตนเอง
มองดูนางจากไป ต้วนมู่ไป๋อยากเรียกนางมาถามว่าตอนนางเข้าไปพบ ท่านอาจารย์พูดอะไรกับนางบ้าง? ทว่า เห็นนางเดินไปไกลแล้ว เขาอ้าปากค้าง แต่ก็พูดอะไรไม่ออกสักคำ
แม้เขาจะสงสัยว่าท่านอาจารย์อาจคิดร้ายกับนาง แต่ ตอนนี้ยังไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น เขามีฐานะเป็นศิษย์ จะกล้าถามคำถามเช่นนั้นออกมาได้อย่างไร?
ถอนหายใจส่ายหน้า เขาเองก็เดินลงเขาตามไปด้วย
ในอีกด้าน พอเฟิ่งจิ่วกลับมาถึงถ้ำ ก็เห็นเจ้าขนเขียวตัวอ้วนกลมวิ่งเข้ามาหาพร้อมกับร้องเสียงดัง เมื่อเห็นเจ้าขนเขียว เธอประหลาดใจเล็กน้อย “ที่แท้เจ้าก็อยู่นี่เองหรือ! ตอนเพิ่งเข้าไปในดินแดนลับข้ายังคิดอยู่ว่าเหตุใดไม่เห็นเจ้า! ที่แท้เจ้าก็ไม่ได้เข้าไป?”
เธอหัวเราะเบาๆ ถึงอย่างไรก็ยังไม่ได้อาบน้ำ จึงนั่งลงหน้าถ้ำไปทั้งอย่างนั้น อุ้มเจ้าขนเขียวขึ้นมาแล้วลูบไข่ฟองนั้นของมัน พลางพึมพำด้วยความสงสัย “ไข่ฟองนี้ของเจ้าคิดจะคลอดเมื่อใดกัน? ไข่ไก่ทั่วไปไม่น่าจะใช้เวลาฟักนานขนาดนี้กระมัง?”
“กุ๊กๆๆ!”
เจ้าขนเขียวแหงนหน้าร้อง กระพือป