่รู้จัก” ซั่งกวนหวั่นหรงส่ายหน้า แต่กลับกำเศษเตาหลอมไว้แน่น สีหน้าเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่
เห็นอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วเองก็ไม่ได้ถามอะไรอีก หลังจากสำรวจรอบๆ ก็บอกว่า “คนคนนี้น่าจะไปแล้ว พวกเราเองก็ไปกันเถิดขอรับ!” เดาว่าท่านแม่ของเธอจำเศษเตาหลอมชิ้นนั้นได้ นางน่าจะรู้ว่าใครหลอมยาอยู่ที่นี่ แต่ในเมื่อนางไม่พูด เธอก็จะไม่ถาม
“อืม พวกเราออกไปที่รอบนอกกันเถิด!” นางเก็บเศษเตาหลอมชิ้นนั้น เก็บซ่อนสายตา แล้วเดินออกไปพร้อมกับเฟิ่งจิ่ว
หลังจากทั้งสองออกไปได้ไม่นาน ณ ปากถ้ำแห่งหนึ่งที่อยู่ตรงไหล่เขา เงาร่างหนึ่งเดินออกมา ยืนมองทั้งสองเดินจากไปจากตรงนั้น ผ่านไปเนิ่นนาน จึงค่อยหันตัวกลับเข้าไปในถ้ำ…
ขณะที่ทั้งสองคนออกไปที่รอบนอก ระหว่างทางก็บังเอิญพบต้วนมู่ไป๋ที่กำลังเข้ามาข้างในพอดี
“ศิษย์น้อง เจ้าไม่เป็นไรใช่หรือไม่?” ตอนที่ต้วนมู่ไป๋เห็นทั้งสองคน เขาเดินเข้ามาแล้วมองข้ามเฟิ่งจิ่วไปอย่างเป็นธรรมชาติ สายตาห่วงใยจับจ้องไปที่ซั่งกวนหวั่นหรง
เห็นอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วกระแอมเบาๆ ไม่รอให้ท่านแม่ของเธอพูดอะไร เธอก็ยิ้มตาหยีแล้วบอกว่า “อาจารย์อาต้วน ท่านช่างใส่ใจพวกเรานัก แต่ไม่ต้องห่วง ข้ากับอาจารย์อาซั่งกวนไม่เป็นไรขอรับ!”
ท่านพ่อของเธอไม่อยู่ที่นี่ เธอจะเป็นคนคอยไล่หมู่ภมรผีเสื้อที่มาคอยตอมท่านแม่ของเธอเอง!
ได้ยินคำพูดของเฟิ่งจิ่ว ต้วนมู่ไป๋ตวัดสายตามอง แล้วเอ็ดเสียงเข้ม “ผู้อาวุโสพูดอยู่ เจ้