ังเดินทางลงจากเขา
ตอนอยู่บนเขา พวกนางได้ยินเสียงราวกับระเบิดดังก้องข้างล่างนั่น หลังจากนั้นไม่รู้เพราะอะไร ราวกับป่าแห่งนี้สั่นสะท้านไปทั้งผืน คลื่นฝูงสัตว์ร้ายก่อตัว ทั้งสัตว์ร้ายและสัตว์วิญญาณที่อยู่ในส่วนลึกของป่าต่างก็ร้องคำรามและวิ่งออกไปที่ป่ารอบนอก แต่ก็มีบางส่วนที่มุ่งหน้าขึ้นมาบนเขา ปรากฏการณ์แปลกประหลาดนั่นทำให้ทั้งสองสงสัยยิ่งนัก
อยู่ดีๆ เหตุใดจึงเกิดคลื่นฝูงสัตว์ร้ายขึ้นมาได้? อีกทั้งสัตว์ร้ายเหล่านั้นก็เหมือนกำลังหนีอะไรบางอย่างอยู่ แล้วเสียงระเบิดนั่นอีก เกิดอะไรขึ้นกันแน่?
“เสียงเมื่อครู่เหมือนเสียงเตาหลอมยาระเบิดหรือไม่?” ซั่งกวนหวั่นหรงถาม เอ่ยจบ ก็เหมือนนึกขึ้นได้ นางยิ้ม “ใช่สิ เจ้าหลอมยาไม่เป็นเสียหน่อย จะรู้ได้เช่นไรว่าเสียงเตาหลอมยาระเบิดเป็นอย่างไร”
ได้ยินอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วยิ้มตาหยี ตอบว่า “ข้าหลอมยาเป็นนะขอรับ! เพียงแต่ข้าไม่เคยหลอมยาตอนอยู่ในสำนักเท่านั้นเอง ข้าคุ้นเคยกับเสียงเตาหลอมยาระเบิดเป็นอย่างดี เพราะข้าก็ทำเตาหลอมยาแตกมาไม่น้อยแล้ว เสียงเมื่อครู่ฟังดูเหมือนเสียงเตาหลอมยาระเบิดจริงๆ น่าจะมีใครบางคนหลอมยาอยู่ข้างล่างนั่น”
“แต่ว่า ใครจะมาหลอมยาอยู่ใต้เขาหมื่นโอสถแห่งนี้กันเล่า? ไม่ใช่พวกศิษย์พี่ใหญ่แน่นอน หรือว่าจะเป็นคนจากยอดเขาอื่น?” นางพึมพำเบาๆ ใบหน้าฉายแววสงสัย
ขณะเดินลงเขามาได้ระยะหนึ่ง อาจเป็นเพราะกลิ่นยาในอากาศที่ลอยมากับสายลม เฟิ่งจิ่วที่เดิน