ั้นหน้าซีดเผือด ร่างกายของเขาสั่นเทาเพราะความหวาดกลัวอย่างรุนแรง สองขาพยายามหยัดยืนขึ้น กระทั่งเฉินเต้าพยายามดึงเขาขึ้นไปบนกระบี่บิน เขาก็ยังล้มลงไปอีกครั้งอย่างไม่อาจลุกขึ้นยืนได้
“รีบลุกขึ้นยืน! เร็ว!” เฉินเต้าตะโกน แล้วดึงคนขึ้นมาอีกครั้ง
ลั่วเหิงที่เห็นภาพนั้น เขาต่อสู้กับตนเองในใจ แล้วกัดฟัน “ตายเป็นตาย!” เขาเองก็หักเลี้ยวกลับไปด้วย หยิบกระบี่ที่คมกริบถ่ายเทกลิ่นอายพลังวิญญาณเข้าไปแล้วโจมตีสัตว์ร้ายที่กำลังพุ่งเข้ามา เพื่อพยายามถ่วงเวลาให้เฉินเต้าช่วยชีวิตคน
ไม่กี่อึดใจต่อมา ในที่สุดเฉินเต้าก็พานักเล่นแร่แปรธาตุคนนั้นขึ้นมาบนกระบี่บินได้ เขาหันไปตะโกนบอกลั่วเหิง “รีบไปเร็ว!”
ด้วยเหตุนี้ ทั้งสองจึงรีบขี่กระบี่บินตามคนข้างหน้าไปอย่างรวดเร็ว ด้านหลังเฉินเต้ายังมีนักเล่นแร่แปรธาตุที่ถูกเขาช่วยชีวิตยืนอยู่ด้วย ทว่า ฝูงสัตว์ร้ายไม่ได้มีเพียงสัตว์ที่วิ่งด้วยเท้า ยังมีสัตว์ร้ายและสัตว์วิญญาณที่ปรากฏตัวกลางอากาศบินพุ่งเข้ามาด้วย ราวกับมีบางสิ่งกำลังไล่ตามหลังพวกมันอยู่
“ระวัง! นั่นเหยี่ยวโลหิตปากแดง!”
เฉินเต้าเห็นฝูงเหยี่ยวโลหิตปากแดงที่อยู่ข้างหน้าก็หมายจะชะลอความเร็วเพื่อหลบหลีก นึกไม่ถึงว่าเหยี่ยวโลหิตปากแดงที่แตกฝูงตัวหนึ่งกลับจู่โจมเข้ามาจากข้างหลัง พุ่งมาทางพวกเขา
ลั่วเหิงตะโกนบอกให้หลบ ทว่าขณะที่เฉินเต้ากำลังจะหลบ จู่ๆ กลับรู้สึกว่าข้างหลังมีคนดึงเสื้อคลุมของเขาไว้แล้วผลักเขาไปท