พอ จะตามหาท่านแม่กลับมาให้ได้”
เธอหยุดพูดไปครู่หนึ่ง มองนางที่กำลังเหม่อลอย แล้วถามว่า “ข้าอยากอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันเป็นครอบครัว อาจารย์อาซั่งกวน ท่านว่า หากท่านเป็นท่านแม่ของข้า ท่านจะตามข้ากลับไปหรือไม่?”
ซั่งกวนหวั่นหรงมองเฟิ่งจิ่วอย่างเหม่อลอย หัวใจสั่นสะท้านไปทั้งดวง ดวงตาของนางแดงก่ำ น้ำตาคลอ ชั่วขณะหนึ่ง ความคิดมากมายผุดขึ้นมาในสมอง
ข้อมูลมากมายถูกนางนำมาปะติดปะต่อเข้าด้วยกัน คล้ายไม่อยากเชื่อ และรู้สึกว่าช่างน่าเหลือเชื่อ…
แต่ก่อน นางมักรู้สึกว่าเด็กหนุ่มเหมือนชอบตีสนิทกับนางมาก นางอยู่ที่ใดเขาก็มักจะปรากฏตัวอยู่ที่นั่น ทุกครั้งที่พบกัน ความสนิทสนมและชื่นชมที่เขาแสดงออกมาชัดเจนถึงเพียงนั้น
เขาบอกนางว่า เขาแซ่เฟิ่ง ชื่อเฟิ่งจิ่ว…
เขาบอกนางว่าเขาคิดถึงท่านแม่…
เขากระทั่งวิ่งมาถามนาง ว่านางจะเข้าร่วมการฝึกฝนในดินแดนลับหรือไม่? นางยังบอกเขา ว่าเขาเป็นเพียงผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐาน เข้ามาในดินแดนลับไม่ได้หรอก แต่ เขาก็ยังเข้ามา
ไม่เพียงเข้ามา แต่ยังมาอยู่ข้างกายนางด้วย…
เรื่องราวทั้งหมดนี้ หากจนถึงตอนนี้นางยังไม่เข้าใจอีก นางก็ไม่ใช่ซั่งกวนหวั่นหรงแล้ว
มองดูเฟิ่งจิ่วในร่างเด็กหนุ่มชุดเขียวตรงหน้า ยิ่งมอง ก็ยิ่งรู้สึกว่านี่เป็นผู้หญิงที่ฉลาดแก่นแก้ว ใช่เด็กหนุ่มเสียที่ไหน?
เพียงแต่ นางไม่เพียงแต่งตัวได้เนียนมาก แม้แต่ทุกอิริยาบถก็ยังไม่มีความอ้อนแอ้นเฉกเช่นสตรีแม้แต่น้อย นึกถึงท