วยเหตุนั้น เธอมองท่านแม่ที่กำลังย่อกายนั่งเด็ดยาชนิดหนึ่ง แล้วถามว่า “อาจารย์อาซั่งกวน พวกอาจารย์อาต้วนบอกว่าท่านจะเด็ดยาทิพย์สามชนิด เป็นยาทิพย์ชนิดใดหรือขอรับ?”
เธอสงสัยมาก เป็นยาทิพย์สามชนิดใดกันที่ต้องเด็ดมาให้ได้? อีกทั้งฟังจากที่พวกเขาพูด เหมือนว่าหากเด็ดยาสามชนิดนั้นมอบให้ซานหยางจื่อจนครบ ท่านแม่ของนางก็อาจต้องตายด้วย? เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้นได้?
“เป็นยาทิพย์ชั้นดี เจ้าไม่รู้จักหรอก” ซั่งกวนหวั่นหรงบอก หันมองเธอแวบหนึ่ง “เหนื่อยแล้วหรือ? พักสักครู่ดีหรือไม่?”
ได้ยินอย่างนั้น เธอก็รีบบอก “ข้าเพียงแต่หิวแล้ว”
ได้ยินประโยคนี้ นางหยิบยาเลี่ยงความหิวออกมาให้เฟิ่งจิ่ว “ของเจ้ากินหมดแล้วหรือ? เอานี่ไปสิ!”
นึกไม่ถึง เฟิ่งจิ่วกลับส่ายหน้าโบกมือ “ข้าไม่ชอบกินยาคลายความหิว ข้าชอบกินเนื้อขอรับ” พูดมาถึงตรงนี้ เธออดยิ้มไม่ได้
ซั่งกวนหวั่นหรงชะงัก เผยรอยยิ้มจางๆ “จะกินเนื้อก็ต้องลองตามหาบนเขานี้ ดูว่ามีเนื้ออะไรกินได้หรือไม่”
“เช่นนั้นพวกเราพักสักครู่ดีหรือไม่?” เธอมองนางด้วยความคาดหวัง
“พักเถิด! ถึงอย่างไรก็ยังมีเวลาอีกเยอะ ไม่ต้องรีบ” นางบอก หันไปมองรอบๆ แล้วชี้ไปยังที่ไม่ไกลบอกว่า “ทางนั้นก็แล้วกัน! ทางนั้นมีหินเรียบก้อนใหญ่อยู่ก้อนหนึ่ง ข้างๆ ก็ไม่มีหญ้าอะไร พักที่นั่นสักครู่ก็ได้
“ขอรับ” เฟิ่งจิ่วรับคำ แล้วก็บอกว่า “อาจารย์อาซั่งกวน เช่นนั้นท่านไปนั่งพักครู่หนึ่ง ไม่นานข้าจะกลับมา” สิ้