นเต้ากอดอกเหล่มองเขา “ข้าสิอยากถามว่าเจ้าจะทำอะไร? ขายหน้าไหมเล่านั่น? ยาทิพย์ที่คนอื่นเขาเด็ดมาได้ด้วยตนเองต้องแลกกับเจ้าด้วยหรือ? หากยังตามตอแยจะแลกหญ้าพรายกับเขาให้ได้อีก เจ้าเชื่อไหมว่าข้าจะถีบเจ้าลงไปในบ่อโคลนอีกครั้ง?”
เจอประโยคนี้ไป คนผู้นั้นทำได้เพียงตวัดมองเฟิ่งจิ่วอย่างขุ่นเคือง จากนั้นก็เม้มปากหันตัวเดินกลับไปนั่งที่ใต้ต้นไม้ เพียงแต่ว่าเขาที่มีนิสัยเย่อหยิ่งกลับไม่อาจกล้ำกลืนความโกรธนี้ไว้ได้
เฉินเต้าเหลือบมองคนคนนั้นแวบหนึ่ง แค่นเสียง แล้วพูดกับเฟิ่งจิ่วว่า “ของของตนเองก็เก็บไว้ให้ดี หากพวกเขากล้ามาหาเรื่องเจ้า เจ้าก็มาหาข้า เจ้าเป็นคนที่ข้าคอยคุ้มครองอยู่ พวกเขากล้าหมายหัวเจ้า ก็เท่ากับหมายหัวข้า”
ได้ยินอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วคลี่ยิ้ม “ขอบคุณศิษย์พี่เฉินมากขอรับ”
“เอาล่ะๆ รีบพักผ่อนเถิด ฟ้าสางก็ต้องออกเดินทางต่อแล้ว” เขาโบกมือ แล้วหาที่นั่งพัก
แต่ครั้งนี้ เฟิ่งจิ่วกลับกระโดดขึ้นไปนอนบนต้นไม้ เอนกายพิงบนกิ่งไม้ มองคนที่อยู่ด้านล่าง กลีบปากเธอกระดกเบาๆ ขณะกำลังจะหลับตาพักผ่อน ก็เห็นลั่วเหิงที่อยู่ข้างล่างกระโดดขึ้นมาด้วย เขานั่งห่างออกไปไม่ไกล
“นี่ เฟิ่งจิ่ว เหตุใดเจ้าจึงพกแหติดตัวมาด้วยเล่า? มีของเช่นนี้อยู่ด้วยเจ้าไม่เอาออกมาเล่า?”
เฟิ่งจิ่วเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง ยิ้มแล้วบอก “เมื่อก่อนใช้ตอนจับปลา ปกติก็ใช้จับสัตว์ป่า ครั้งนี้เอามาจับหญ้าพรายได้พอดีน่ะขอรับ”
“เจ้าสิ่งนั้นขา