เฉินเต้ามาจึงรีบหันไปมอง นึกไม่ถึง ครั้นหันกลับมาอีกครั้งข้างหลังก็ไร้เงาคนแล้ว เห็นเด็กหนุ่มหนีหายไปไม่เหลือให้เห็นแม้แต่เงา
“ชิ เจ้าเด็กบ้า” เธอแค่นเสียง ดีดนิ้วสองสามที แล้วถึงสาวเท้าเดินกลับไป
เห็นเฟิ่งจิ่ววิ่งมาด้วยท่าทางรีบร้อน เฉินเต้าที่กำลังคุยกับลั่วเหิงจึงถาม “เมื่อครู่เจ้าเรียกข้าหรือ? เหมือนข้าจะได้ยินเสียงของเจ้า?”
“อ้อ ใช่ขอรับ ข้าเรียกท่านเอง” เฟิ่งจิ่วมายืนข้างพวกเขาสองคน ยิ้มบอกว่า “ข้าจะถามว่าพวกเราจะเดินเข้าไปข้างในกันต่อหรือไม่ขอรับ?”
“เรื่องนี้หรือ!” เฉินเต้าลูบหนวดเลขแปด ตอบว่า “ความจริงเบื้องบนมีคำสั่งมาว่าให้เดินบริเวณรอบนอกกับรอบในเท่านั้น แต่ส่วนลึกในป่านั้น…” เขาลังเลเล็กน้อย แล้วพูดต่อว่า “ส่วนลึกของป่าแม้จะมียาทิพย์ล้ำค่า แต่ก็มีสัตว์วิญญาณที่ดุร้ายบางชนิดเฝ้าอยู่ ความจริงทางสำนักไม่แนะนำให้พวกเราเข้าไปในส่วนลึก”
เฟิ่งจิ่วตาเป็นประกาย ถามว่า “เช่นนั้นพวกเราจะเข้าไปไหมขอรับ?” ท่านแม่ของเธอน่าจะอยู่ในนั้น นี่ก็มาถึงขนาดนี้แล้ว หากพวกเขาไม่เข้าไป เธอคิดจะเข้าไปดูตามลำพัง
“เจ้าอยากเข้าไปหรือ”
เมื่อเห็นความคาดหวังของเขา เฉินเต้าประหลาดใจเล็กน้อย “เจ้าหลอมยาไม่เป็นเสียหน่อย แม้จะเด็ดยาทิพย์เหล่านั้นได้ก็มีเพียงต้องนำไปขายเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น ก่อนหน้านี้ข้าก็บอกแล้ว ข้างในมีสัตว์วิญญาณดุร้ายที่มีพลังต่อสู้แข็งแกร่งมากอยู่ด้วย สำหรับนักเล่นแร่แปรธาตุที่เชี่