ต่อมา เฉินเต้าและพวกพักผ่อนอยู่ในป่า เฟิ่งจิ่วกลับกำลังเด็ดยาทิพย์อยู่บริเวณรอบๆ ยามเธอเก็บหญ้าพสุธาหมอบต้นหนึ่งใส่ถุงฟ้าดิน ก็เห็นรองเท้าหนังคู่หนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้าเธอ ยังมีชายกระโปรงสีฉูดฉาดที่พลิ้วไหวเบาๆ ด้วย
เธอชะงักเล็กน้อย เงยหน้ามอง ยามเห็นคนตรงหน้า ก็เผยรอยยิ้มออกมา “ศิษย์พี่” คนตรงหน้า ก็คือหนึ่งในผู้หญิงสองคนนั้นไม่ใช่หรือ? มาหาเธอมีเรื่องอะไรกัน?
“ศิษย์น้องเฟิ่ง”
ครั้นเสียงอ่อนหวานถูกเปล่งออกมา นิ้วมือเรียวขาวสองข้างวางลงบนไหล่เฟิ่งจิ่ว พลางนวดคลึงเบาๆ นัยน์ตางามคู่นั้นที่จับจ้องมาที่เฟิ่งจิ่ว แฝงไว้ด้วยแววตาที่อธิบายไม่ถูก
เฟิ่งจิ่วตัวเกร็ง ยืนยิ้มเหยเกอยู่ตรงนั้นเหมือนทำตัวไม่ถูก “ศิษย์พี่ ท่าน ท่านทำอะไรน่ะขอรับ?”
ผู้หญิงคนนี้แม้ดูท่าทางเหมือนอายุยี่สิบต้นๆ แต่อายุจริงๆ ไม่ใช่เท่านี้แน่นอน ไม่นึกเลยว่าจะกล้าลงมือกับหญ้าอ่อนเช่นเธอ โหดเกินไปแล้ว
“ศิษย์น้องเฟิ่ง เจ้าเด็ดยาทิพย์ไปมากมายขนาดนั้นก็หลอมยาไม่เป็น ไม่สู้ศิษย์พี่ยอมเสียเปรียบหน่อย ช่วยเจ้าหลอมยาเป็นอย่างไร?”
“แหะๆ ไม่ต้องหรอกขอรับ ศิษย์พี่เฉินจะช่วยข้าเอง” ขณะที่มือของนางแตะหน้าอกเธอเบาๆ เธอยิ้มด้วยความหวาดหวั่น รีบถอยหลังไปหลายก้าว
เห็นเด็กหนุ่มถอยหนี หญิงสาวปิดปากหัวเราะเบาๆ ทำท่าจะเดินเข้าหาอีก แต่จู่ๆ เขากลับมองไปข้างหลังนางแล้วตะโกนเรียกด้วยความดีใจ “ศิษย์พี่เฉิน!”
ได้ยินเขาเรียกอย่างนั้น นางตกใจ นึกว่า